"พล.องประยุทธ์" สั่งทำงานปฏิรูป 4 ด้านในปี59 จี้โฆษก-ปลัดกระทรวง พร้อมสั่งรองนายกฯทุกคน สรุปงานในครม.ทุกครั้ง แจ้งความคืบหน้าทุกนโยบาย
ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ในที่ประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงแผนงานในปี 59 สำหรับรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ โดยต้องการให้ทุกกระทรวง ทุกกลุ่มงาน หยิบเรื่องสำคัญ 4 เรื่องมาเป็นตัวตั้ง 1.คือการบริหารราชการปกติ 2.เรื่องที่ต้องมีการปฏิรูป ทั้งที่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นในรัฐบาลนี้ เรื่องที่ต้องทำและส่งต่อ รวมถึงเรื่องที่ต้องวางรากฐานและส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการต่อ 3.การแก้ไขปัญหาเร่งด่วน อาทิ ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ปัญหามาตราฐานความปลอดภัยด้านการบินผลเรือน และ 4.การขับเคลื่อนกิจกรรมสำคัญ เช่นโครงสร้างเศรษฐกิจ การเงินการคลัง การบริหารจัดการน้ำ การทวงคืนผืนป่าเป็นต้น ซึ่งทั้ง 4 เรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องหลักที่จะดำเนินการในปีนี้พร้อมๆกัน
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า แผนงานทั้งหมด ทั้งรองนายกฯและรัฐมนตรีจะต้องหยิบทั้งหมดมาลงรายละเอียด แปลงนโยบายไปสู่การปฎิบัติ กำหนดกิจกรรมหลัก รอง และเสริม รวมถึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนทั้งเรื่องภายในประเทศ และต่างประเทศ และต้องมีผลสัมฤทธิ์เกิดขึ้นในระยะเวลาที่ชัดเจน รวมถึงดัชนีชี้วัดว่าระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ มีความสำเร็จแค่ไหน โดยมองทั้งมุมการแก้ปัญหาประเทศที่เป็นรากเหง้า และมุมที่เป็นมาตราฐานสากลที่ทำให้ขยับลำดับของประเทศไปสู่ขีดที่มีลำดับขีดความแข่งขันมากขึ้น
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมยังมีการกำหนดการประชาสัมพันธ์ในปีนี้ไว้ โดยนายกฯพยายามอธิบายความให้สังคมเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นในปีนี้จึงขอให้ทุกภาคส่วนทำหน้าที่ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น โดยในที่ประชุมนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯได้เสนอผลการประชุมด้านประชาสัมพันธ์ที่ตนเป็นประธานว่า ในปีนี้เราจะมีการประชาสัมพันธ์กันมากขึ้น โดยกำหนดให้แต่ละกรทรวงจะต้องเสนอโฆษกกระทรวงขึ้นมาใหม่ ซึ่งกระทรวงจะต้องไปทบทวนเลือกเฟ้นหาโฆษกที่มีขีดความสามารถขึ้นมา ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรี และนำเสนอให้ครม.รับทราบ ซึ่งต้องมีตัวตนชัดเจน เปิดเผยให้สื่อมวลชนรับทราบว่าต่อไปนี้ถ้ามีข่าวสารเกี่ยวกับกระทรวงนั้นๆ สื่อมวลชนจะมีตัวเลือกมากขึ้น ซึ่งหากไม่ทำจะมีโทษให้แต่ถ้าทำจะมีคุณให้ นอกจากนี้อาจจะต้องมทีโฆษกของกลุ่มงานคลัสเตอร์ด้วยเพื่อช่วยกันชี้แจง
“นายกฯบอกว่า ท่านจะลดการชี้แจงของท่านให้น้อยลง แต่รัฐมนตรีและรองนายกฯจะต้องชี้แจงอธิบายความให้มากขึ้น ร่วมกับโฆษกกระทรวง เริ่มตั้งแต่การประชุมครม.ที่ปกติที่ผ่านมารัฐมนตรีจะเสนอแต่เรื่องที่คิดว่าเป็นเรื่องที่อยากจะทำความเข้าใจเป็นพิเศษ แต่อันนี้เป็นภาคบังคับที่การประชุมครม.เมื่อจบวาระเรื่องเพื่อทราบไม่มีข้อทักท้วงถือเป็นมติวาระครม.รองนายกฯจะต้องชี้แจงอธิบายความในเรื่องสำคัญที่ท่านรับนโยบายไปขับเคลื่อนปฎิบัติ ต้องชี้แจงให้ที่ประชุมทราบด้วยส่วนรัฐมนตรีถ้ามีเรื่องสำคัญก็ต้องชี้แจง จะนั่งนิ่งๆอย่างเดียวไม่ได้แล้ว”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การประชุมครม.วันนี้ ยังมีเรื่องที่รองนายกฯชี้แจง ในส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้ชี้แจงว่า ในเรื่องของความมั่นคง ได้เน้นความปลอดชีวิตและทรัพย์สินเป็นหลัก โดยใช้มาตราการของการระวัง และป้องกัน โดยบูรณาการระหว่าง ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองโดยมีภาคประชาชนเข้ามาเป็นส่วนร่วมด้วย ขณะที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รองนายกฯชี้แจงว่า เรื่องการท่องเที่ยวในปีนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาจะพบว่าการท่องเที่ยวเป็นจุดสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีจำนวนนักท่องเทียวเข้ามาในประเทศ 29.88 ล้านราย ดังนั้นในปีนี้จะไม่เพียงรักษาปริมาณเท่านั้น แต่จะทำให้นักท่องเที่ยวมีคุณภาพสูงขึ้น มีจำนวนเงินที่ใช้จ่ายในประเทศเป็นจำนวนต่อหัวสูงขึ้น รวมถึงขับเคลื่อนสินค้าโอท็อปให้มีนวัตกรรมแปลกใหม่เพื่อให้นักท่องเที่ยวซื้อของติดมือกลับไปด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องมีโบชัวร์เพื่อรู้ข้อมูลนี้ก่อนการเดินทาง ไม่ใช่เป็นการไปพบในท้องถิ่น
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนสัย รองนายกฯด้านสังคมชี้แจงว่า ในปีที่ผ่านมาเราเน้นดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิต แต่ในปีนั้นเราจะเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่มขึ้น ตั้งแต่วัยเด็ก วัยศึกษา วัยอาชีวะ และวัยทำงาน ซึ่งไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะผลิตคนเข้าเข้ามาทำทำงานในบริษัท ราชการเท่านั้น แต่ต้องเร่งผลิตคนที่มีคุณภาพที่เข้ามาเป็นครูในการสร้างคนคุณภาพให้มากขึ้น เพื่อให้อีก 5 ปี เรามีต้นแบบที่สามารถสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพในวันข้างหน้า ส่วนพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯชี้แจงว่า ในเรื่องของการเดินหน้าสำรวจผลิตปิโตรเลี่ยมยังมีความเข้าใจไม่ตรงกันของคนบางกลุ่ม จึงต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันและกันโดยเฉพาะกลุ่มที่เห็นต่างให้ยอมรับข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการของสภา กลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค ควรจะมีข้อมูลที่ตรงกัน ส่วนไหนที่ไม่ตรงกันต้องมาแลกเปลี่ยนกันว่ามีพื้นฐานมาจากตรงไหน อย่างไร ึ่ซึ่งพล.อ.อ.ประจิน เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะยอมรับและเปลี่ยนมุมมอง และทำให้การเดินหน้าในเรื่องพลังนั้นเดินไปได้
ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ชี้แจงว่า การดูแลการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่ควรจะเป็น เหมาะสมกับสภาพปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนปฎิรูปเศรษฐกิจ ที่ทีมเศรษฐกิจได้หว่านเมล็ดพันธุ๋ไว้แล้วตั้งแต่สี่เดือนที่ผ่านมา เช่นการออกมาตราการกระตุ้นทั้งหลาย สิทธิการจูงใจให้กับภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน มาตราการกระตู้ให้เกิดการใช้จ่ายจากภาคครัวเรือน โดยตามตัวเลขที่นายสมคิดรายงานเศรษฐกิจโลกในปีนี้อาจดีขึ้นอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่นายสมคิด ก็เชื่อว่าแนวทางเศรษฐกิจที่วางพื้นฐานไว้จะทำให้เราผ่านเรื่องนี้ไปได้ เพราะเราไม่ได้เน้นการส่งออกอย่างเดียว เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาของโลกทุกประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหมือนกันทุกประเทศ ซึ่งเราจะเน้นการเติบโตจากภายในเป็นสิ่งสำคัญโดยเราจะต้องมีเงินลงไปในงบประมาณโครงการทั้งหลายที่สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ เพื่อให้เงินเหล่านั้นไม่เสียของ





