"พล.อ.ประยุทธ์" ย้ำโรดแมพกำลังเดินไปสู่การสร้างประชาธิปไตย ปธน.มัลดีฟส์เข้าพบหารือประเด็นเพิ่มการค้าการลงทุน พร้อมเชิญประยุทธ์ไปเยือนด้วย
พลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังจาก นายอับดุลลา ยามีน อับดุล กายูม ประธานาธิบดีสาธารณรัฐมัลดีฟส์ เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับประธานาธิบดีสาธารณรัฐมัลดีฟส์สู่ประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างกันมีความราบรื่นมาโดยตลอดกว่า 36 ปี ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตและโอกาสนี้ประธานาธิบดีฯกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีในโอกาสที่ให้เข้าเยี่ยมคารวะ และได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถโอกาสนี้ด้วย
พล.ต.วีรชน กล่าวอีกว่า ไทยและมัลดีฟส์เห็นพ้องให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน ซึ่งประธานาธิบดีฯได้กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนมัลดีฟส์ในโอกาสที่เหมาะสม และผู้นำทั้งสองประสงค์จะพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงเจตนารมณ์ของไทยที่จะผลักดันความร่วมมือต่าง ๆ ให้คืบหน้าต่อไป และยังกล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์การเมืองไทยว่า ขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกรอบระยะเวลา (Roadmap) เพื่อนำไปสู่การสร้างระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ ซึ่งมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม
พล.ต.วีรชน กล่าวอีกว่า ส่วนการหารือ ด้านเศรษฐกิจนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่าปัจจุบัน มีกลุ่มนักธุรกิจไทยหลายรายเข้าไปลงทุนในมัลดีฟส์ โดยเฉพาะในธุรกิจภาคบริการ และการก่อสร้าง โดยรัฐบาลไทยมุ่งส่งเสริมนักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในมัลดีฟส์เพิ่มขึ้น เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของมัลดีฟส์ในหลายด้าน และหวังว่าประธานาธิบดีจะให้การสนับสนุนภาคเอกชนไทยที่ประกอบธุรกิจในมัลดีฟส์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการจัดกลุ่ม business matching เพื่อช่วยหาลู่ทางการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าหากกลุ่มประเทศในเอเชียใต้สามารถรวมกันเป็นศูนย์กระจายสินค้าได้จะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า และปริมาณการค้าระหว่างกันจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย
ทั้งสองประเทศหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกันในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น โดยไทยกับมัลดีฟส์สามารถขยายความร่วมมือด้านประมง และอุตสาหกรรมแปรรูปด้านการประมงระหว่างกันได้ เนื่องจากมัลดีฟส์เป็นแหล่งนำเข้าปลาทูน่าที่สำคัญของไทย รวมถึงด้านการท่องเที่ยวที่ถือเป็นจุดแข็งของทั้งสองประเทศ ซึ่งผู้นำทั้งสองเห็นพ้องให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และจะส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้นได้อีก โดยการเพิ่มเที่ยวบินตรง และในด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ไทยพร้อมสนับสนุนตามแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะ 3 ปี (ปี พ.ศ. 2558-2560) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของมัลดีฟส์ และหากมัลดีฟส์ประสงค์จะรับการสนับสนุนความร่วมมือในด้านอื่น ๆ สามารถแสดงความประสงค์ผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ หรือกระทรวงการต่างประเทศ
รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศอย่างรอบด้าน เห็นควรให้มีการจัดประชุมร่วมไทย-มัลดีฟส์ เพื่อพัฒนาความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว และชื่นชมไทยที่ให้การช่วยเหลือมัลดีฟส์ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์





