วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรธ.แจงขอแรง'ทหาร' ช่วยรณรงค์ร่างรธน.ใหม่

อนุฯกรธ. ไม่ปฏิเสธขอแรง "ทหาร" ช่วยรณรงค์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เล็งขอแรงหน่วยรัฐ-องค์กรชุมชนด้วย "ธิติพันธุ์"แนะต้องแฟร์กับทหาร

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 59 นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอแนะ ในกรธ. เปิดเผยถึงแนวทางรับฟังความเห็นของประชาชนต่อเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความเห็น ตามที่กรธ.นัดหมายจะเผยแพร่ต่อสาธารณะวันที่ 29 ม.ค. ว่า กรธ.กำหนดช่วงรับฟังความเห็นนับจากวันเผยแพร่เนื้อหา ไปจนถึงวันที่ 15 ก.พ. 59 เบื้องต้นจะมีการจัดเวทีในภูมิภาคต่างๆ เพื่อรับฟัง แต่รายละเอียดของการจัดเวทียังอยู่ระหว่างหารือ ว่าจะให้เป็นรูปแบบของการรับฟังเท่านั้น หรือเป็นรูปแบบที่ให้ผู้ที่มาร่วมเวทีนำเนื้อหาไปเผยแพร่ต่อ ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าเรื่องรูปแบบคาดว่าจะได้ข้อสรุป

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนต่อกรณีที่ฝ่ายกองทัพเตรียมใช้เวทีชุมชนเพื่อเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญว่าอยู่ในแผนทำงานด้วยหรือไม่ นายธิติพันธุ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือน ธ.ค. 58 ที่ผ่านมา ในเวทีรับฟังความเห็นของทหารในส่วนกองทัพอากาศ และกรมพระธรรมนูญ มีทหารที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นโดยระบุว่ายินดีที่จะช่วยเผยแพร่เนื้อหาให้ แต่รายละเอียดยังไม่เป็นที่ตกลงอย่างเป็นทางการเพราะต้องหารือกับที่ประชุมอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน อย่างไรก็ตามตนมองว่าในการประชาสัมพันธ์หรือรับฟังความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการลงประชามติต้องใช้สรรพกำลังหลายภาคส่วน ที่ไม่เฉพาะฝ่ายกองทัพเท่านั้น เพื่อช่วยเผยแพร่ความเข้าใจต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะยอมรับว่าหลายเรื่องในร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ดี แต่ขาดการอธิบาย ดังนั้นในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับรับฟังความเห็นและฉบับลงประชามติ จำเป็นต้องอธิบายส่วนดีของเนื้อหาให้ทุกคนรับทราบด้วย

เมื่อถามว่าหากให้ฝ่ายทหารนำร่างรัฐธรรมนูญไปทำความเข้าใจกับประชาชนจะไม่เกิดการชี้นำได้อย่างไร นายธิติพันธุ์ กล่าวว่า ประเด็นการขอความร่วมมือเผยแพร่กับทหารนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ส่วนตัวมองว่าประเด็นการชี้นำหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่ของกรธ. เพราะกรธ.มีหน้าที่เพียงอธิบายและทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด ทั้งนี้ยอมรับว่าต้องอาศัยกลุ่มประชาสังคม หน่วยงานราชการช่วยประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงทหารด้วยเพราะเราไม่สามารถตั้งข้อรังเกียจได้ว่าเพราะพวกเขาเป็นทหาร ไม่ต้องไปอธิบายให้เขาเข้าใจก็ได้

“ผมว่าประเด็นนี้ต้องให้ความยุติธรรม ส่วนสุดท้ายจะมีทหารทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์หรือไม่เป็นเรื่องของรัฐบาล ดังนั้นต้องแฟร์ๆ เพราะรัฐบาลเองนั้นเขาอยากเดินหน้าตามโร้ดแม็พ หากร่างรัฐธรรมนูญเนื้อหาดี น่าจะไปประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปรู้ไม่ใช่หรือ การบอกว่าเป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง กรธ.ไม่สามารถตัดสินได้ เพราะกรธ.เชื่อว่าสิ่งที่กรธ.ทำในท้ายที่สุด เป็นสิ่งที่ดีที่สุด”นายธิติพันธุ์ กล่าว


ทางด้านนายเธียรชัย ณ นคร โฆษกประจำคณะอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอแนะ ในกรธ. เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ ทางอนุฯประชาสัมพันธ์ ที่มีนายชาติชาย เป็นประธานอนุกรรมการฯ และอนุฯรับฟัง ของกรธ. จะประชุมร่วมกันเพื่อทำแผนเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญต่อสาธารณะ เบื้องต้นทางอนุกรรมการฯ อาจต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรและหน่วยงานภายนอก เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่มีเครือข่ายกว่า 4,000 แห่ง ส่วนการขอความร่วมมือกับฝ่ายกองทัพ ตามที่มีข่าวว่า พล.ต.ธรรมนูญ วิธี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ระบุจะใช้เวทีประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเวทีหมู่บ้านทำความเข้าใจกับการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และร่างรัฐธรรมนูญทุกเดือนนั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนข้อกังวลว่าเมื่อให้ทหารทำแล้วจะก่อให้เกิดการชี้นำนั้น เป็นประเด็นที่ตอบลำบาก เพราะการตัดสินใจลงประชามติขึ้นอยู่กับบุคคล

นายเธียรชัย กล่าวด้วยว่าสำหรบการพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ เนื้อหาหลักที่เป็นเกณฑ์กลาง และตัวบทเฉพาะกาลที่ใช้เฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ที่ผ่านมาตัวเนื้อหาหลักอาจไม่ถูกกังขาหรือมีบ้างบางส่วน แต่เรื่องบทเฉพาะกาลนั้นต้องรอคิดตาม ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าร่างรัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติที่สืบทอดอำนาจให้ทหารไว้ในบทเฉพาะกาลนั้นกรธ.ยังไมได้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเตรียมความพร้อมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต่อประเด็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความเห็น ที่กรธ. นัดหมายจะเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว ในวันที่ 29 ม.ค. และจะใช้เวลาระหว่าง 1 – 15 ก.พ. เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ก่อนนำไปปรับปรุง ว่า ทางคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในกรธ. ที่มีนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. เป็นประธานอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาแนวทางและกลยุทธ์การสร้างความเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญเป็นเบื้องต้นว่าในช่วง ม.ค. – ก.พ. 59 จะจัดสัมมนา 4 ภาค โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง, กรม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและองค์การบริหารส่วนตำบลและชุมชน นอกจากนั้นจะผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่เข้าใจง่ายไปยังกลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มเกษตรกร รวมถึงใช้การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียไปยังกลุ่มคนชั้นกลางในเมือง นอกจากนั้นแล้วยังได้ตั้งคำขวัญสำหรับการประชาสัมพันธ์ ด้วยคือ “รัฐธรรมนูญใหม่ การเมืองใหม่ ปลอดการทุจริต เพื่อต่อชีวิตให้บ้านเมือง”