“พงศพัศ”ติดตามโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ เผยยอดฝากบ้านเพิ่มขึ้นจากปี58
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 ได้เดินทางมาตรวจสอบการดำเนินการตามโครงการฝากบ้านกับตำรวจในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 โดยมี พ.ต.อ.กิตติเชษฐ์ ศักยภาพวิชานนท์ ผกก.สน.โคกคราม เป็นผู้บรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่ใช้ดำเนินการในการเฝ้าระวังบ้านทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการในช่วงปีใหม่
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 นี้ พบว่ามีประชาชนเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจมากขึ้นในทุกพื้นที่ โดยภาพรวมพบว่ามีประชาชนเข้าร่วมโครงการทั้งหมดรวม 4,960 หลังเพิ่มมากขึ้นจากปี 2558 จำนวน 796 หลัง คิดเป็นร้อยละ 19 โดยในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 มีการรับฝากบ้านไว้มากที่สุดจำนวน 1,139 หลัง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วจำนวน 412 หลัง คิดเป็นร้อยละ 57
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า สำหรับในพื้นที่กทม. มีผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 1,866 หลัง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วจำนวน 692 หลัง คิดเป็นร้อยละ 59 โดยสน.โชคชัย ยังคงเป็นโรงพักที่รับฝากบ้านไว้มากที่สุดจำนวน 104 หลัง รองลงไป 10 ลำดับ ได้แก่ สน.ท่าข้าม 65 หลัง สน.โคกคราม 54 หลัง สน.หัวหมาก 52 หลัง สน.ประชาชื่น 48 หลัง สน.ลาดพร้าว 48 หลัง สน.บางเขน 47 หลัง สน.คลองตัน 43 หลัง สน.ดอนเมือง 43 หลัง สน.บางนา 39 หลัง และสน.พระโขนง 36 หลัง
“สำหรับบ้านที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวถือเป็นจุดล่อแหลม ที่เจ้าหน้าที่สายตรวจได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังดูอย่างเข้มงวด เนื่องจากเจ้าของบ้านต้องปิดบ้านทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้า โดยเป็นไปตามมาตรการป้องกันอาชญากรรมตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำหนดไว้” รองผบ.ตร.กล่าว
พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้บ้านทุกหลังปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่สายตรวจได้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ในการติดต่อสื่อสารข้อมูลต่างๆ กับเจ้าของบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รับทราบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับบ้านหลังสุดท้ายที่จะเดินทางกลับคาดว่ายาวถึงวันที่ 10 ม.ค.2559 ซึ่งแม้ว่าไม่อยู่ในช่วงเวลาของการฝากบ้านไว้กับตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่สายตรวจก็จะเฝ้าระวังให้อย่างต่อเนื่องจนกว่าเจ้าของบ้านจะเดินทางกลับด้วยความเรียบร้อยและบ้านทุกหลังปลอดภัย
พล.ต.อ.พงศพัศ ได้กล่าวถึง ความเรียบร้อยหลังงานกิจกรรมเคาท์ดาวน์ทั่วประเทศว่า จากการตรวจสอบล่าสุด ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การจัดงานกิจกรรมเคาท์ดาวน์ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศประมาณ 70 กว่าแห่ง เรียบร้อยปกติดี ไม่มีเหตุร้ายใดๆ ไม่พบปัญหาเด็กแว้น และยอดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการเดินทางมีแนวโน้มลดลง ส่วนมาตราการยึดรถนั้นทาง ตร.ได้กำหนดการดำเนินการแล้ว โดยให้ด่านทุกด่านมีแนวปฎิบัติเหมือนกัน หากพบผู้ขับขี่เมาสุราก็จะมีการยึดรถไว้เป็นเวลา 7 วัน จากนั้นจะส่งผู้ขับขี่เข้ารับการอบรม ในการอบรมนั้นได้มี 2 สถานที่คือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจและค่ายทหาร
ต่อมาพล.ต.อ.พงศพัศ และคณะได้เดินทางไปตรวจสอบที่บริษัทนวมินทร์ ออโตไทร์ จำกัด บ้านเลขที่ 54/34 ถ.นวมินทร์ ซอยนวมินทร์ 92 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. ที่เข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยทางพล.ต.อ.พงศพัศ ได้โทรผ่านแอพพลิเคชั่นพูดคุยกับทางเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวก่อนสอบถามถึงรายละเอียด และมีการพูดคุยอวยพรปีใหม่ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบโครงการในท้องที่อื่นต่อไป





