มติกกต.ฟ้องเรียกค่าเสียหาย5.4ล้าน"อดีตส.ว.ระนอง" หลังศาลฎีกาตัดสินทุจริตตัดสิทธิ5ปีแจกปฏิทินตราพรรคปชป. พร้อมสั่งคดีผู้สมัครส.ว.อีก 10 ราย
นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติให้เรียกค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งส.ว.ระนอง จำนวน 5,424,297.54 บาท จากกรณีที่เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามมติกกต.ที่เสนอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ส.ว.ระนอง มีกำหนด 5 ปีนับแต่วันมีคำสั่ง เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่านายศักดาได้มอบหมายให้บุคคลที่รู้จักและไว้ใจไปแจกจ่ายปฏิทินให้แก่ประชาชนโดยทั่วไปในพื้นที่รับผิดชอบ และได้กำชับให้ทำการแจกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7 พ.ย.56 ซึ่งอยู่นอกกรอบเวลา 90 วัน ก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการจงใจกระทำการเพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้าม
ประกอบกับการแจกปฏิทินที่มีตราสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์กับภาพถ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของกฎหมาย เป็นการอ้างหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าพรรคการเมืองดังกล่าวสนับสนุนตนเพื่อจูงใจ ผู้มีสิทธิลงคะแนนให้เลือกตั้งตนเอง ซึ่งการกระทำดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้การเลือกตั้งส.ว.ระนอง เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 57 ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ของ กกต. จึงมีมติ ให้ดำเนินคดีแพ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งส.ว.ระนอง จากนายศักดาตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะขอความอนุเคราะห์พนักงานอัยการเพื่อพิจารณาฟ้องเรียกค่าเสียหายดังกล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมกกต.ยังได้มีการพิจารณาผลการตรวจสอบการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกส.ว.30 มี.ค. 57 ของผู้สมัครส.ว. จำนวน 443 ราย โดยในจำนวนดังกล่าว ที่ประชุมมีมติสั่งยุติเรื่องกรณีที่ผู้สมัครส.ว.จำนวน 336 ราย และสมุห์บัญชีเลือกตั้งจำนวน 336 ราย ได้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกวุมิสภา พ.ศ. 2551 กำหนด และสั่งยุติเรื่องกรณีผู้สมัครส.ว. จำนวน 97 ราย และสมุห์บัญชี จำนวน 44 ราย จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามประกาศฯที่กกต.กำหนด แต่มีการชี้แจงแสดงเหตุผลที่กกต.เห็นว่าสามารถรับฟังได้ แต่มีผู้สมัครส.ว.จำนวน 10 ราย ที่ กกต.มีมติให้ดำเนินคดีตามมาตรา 52 ประกอบมาตรา 143 แห่ง พ.ร.บ. การเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปีหนึ่ง และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี
รวมทั้งดำเนินคดีแก่สมุห์บัญชีเลือกตั้ง จำนวน 63 ราย ตามมาตรา 51 ประกอบมาตรา 142 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี และห้ามเป็นสมุห์บัญชีเลือกตั้งเป็นเวลาห้าปี เนื่องจากจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไม่เป็นไปตามประกาศฯกกต.กำหนด





