“ดาว์พงษ์” แจงแนวคิดซ้ำชั้น ไม่ใช่ซ้ำทุกชั้นปี แต่ให้ซ้ำในช่วงชั้น เช่น ป.3 ป.6 และม.3 พร้อมเปิดโอกาสเด็กได้ซ่อมก่อน
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตามที่มอบหมายให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ไปวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของการเรียนซ้ำชั้น และเรื่องนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยจะต้องพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง รวมไปถึงนักจิตวิทยาเด็กด้วยว่า หาก ศธ.จะดำเนินการจริงจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง มีผลดี ผลเสียอย่างไรกับเด็ก
เบื้องต้นแนวทางที่คิดไว้ ไม่ใช่การซ้ำชั้นในทุกชั้นปี แต่จะเป็นการเรียนซ้ำชั้นในปีสุดท้ายของช่วงชั้น คือ ช่วงชั้นที่1คือ ประถมศึกษาปีที่3ช่วงชั้นที่2คือ ป.6และช่วงชั้นที่3มัธยมศึกษาปีที่3ซึ่งไม่ใช่ตัดสินใจให้เด็กซ้ำในช่วงชั้นนั้นๆ ทันที เพราะก่อนจะตัดสินใจก็จะต้องให้เด็กมีโอกาสได้ซ่อมก่อน ขณะเดียวกัน จะปรับปรุงมาตรฐานการสอบซ่อม จากเดิมที่แต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับผู้บริหาร ก็ต้องหาวิธีการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกโรงเรียน เด็กที่สอบผ่าน ต้องมีความรู้จริง ถ้าเขียนหนังสือไม่ได้ก็ต้องให้เขียนจนผ่าน
“เชื่อว่าครูทุกคนพร้อมที่จะปรับถ้ารู้ว่าสิ่งที่ทำในอดีตไม่ดีก็ต้องปรับ และแนวคิดที่ตั้งใจจะทำคือไม่ใช่เมื่อเด็กสอบตก และต้องเรียนซ้ำชั้นในทันทีแต่จะให้โอกาสเด็กได้สอบซ่อมในรายวิชาที่ตก และมาดูผลอีกครั้งในปีสุดท้ายของช่วงชั้น ยกตัวอย่างเช่น เด็กป.1ถ้า สอบไม่ผ่านก็ให้โอกาสซ่อมก่อนแต่ถ้าถึงป.3แล้วยังสอบตก ก็จะให้โอกาสซ่อมอีกในรายวิชาที่สอบไม่ผ่าน แต่จะต้องเป็นวิธีการซ่อมแบบเข้มข้นและมีมาตรฐาน ถ้ายังไม่ผ่านอีกก็ต้องเรียนซ้ำชั้นในระดับชั้นสุดท้ายของช่วงชั้น พูดง่าย ๆ ก็คือโรงเรียนจะต้องดูแลเด็ก และพัฒนาการเรียนการสอนในแต่ละชั้นปีให้มีมาตรฐาน เพราะเมื่อถึงป.3ป.6และม.3ศธ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะลงไปกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผลิตเด็กที่มีคุณภาพจริง ๆ”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวจะทำให้ครูและเด็กกระตือรือร้นผู้ปกครองเองก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนของลูกมากขึ้น เราต้องสร้างความรับผิดชอบทุกระดับ โดยเรื่องนี้ไม่ได้เร่งรีบ รอให้สพฐ. สรุปข้อดีข้อเสีย และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนก่อนตัดสินใจดำเนินการ นอกจากนั้นในปี2559 จะลงไปดูเรื่องกิจกรรมที่สร้างวินัยให้กับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยทราบว่าแต่ละโรงเรียนได้ ดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะยังไม่พอซึ่งจะไม่ใช้วิธีการยัดเยียด แต่จะหาวิธีหลอกให้เขามีวินัยโดยที่เขาไม่รู้ตัวและฝึกจนเป็นนิสัย




