วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.การเมืองชู 6 ประเด็นปฏิรูปการเมืองไทย

กมธ.การเมืองชู 6 ประเด็นปฏิรูปการเมืองไทย กำหนดโทษหนักสกัดนายทุน นักการเมืองโกงการเลือกตั้ง เน้นให้มาตรการเหล็กสัมฤทธิ์ผลก่อนการเลอกตั้ง

ในการประชุมของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท.เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งมีวาระพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธานกมธ. โดยได้เสนอแผนการปฏิรูปการเมือง 6 ด้านได้แก่ 1.การได้มาซึ่งนักการเมืองที่ดี  2. การให้ได้มาซึ่งระบบการเมืองที่ดี 3.การมีการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม 4.การมีองค์กรตรวจสอบและมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ 5.การสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดี 6.การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองให้คนในชาติ

นายวิทยา แก้วภราดัย  กมธ.ปฏิรูปการเมือง ชี้แจงรายงานว่า ในส่วนการได้มาซึ่งนักการเมืองที่ดีนั้น จะต้องกำหนดกลไกการตรวจสอบนักการเมืองให้เข้มข้น ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัคร โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นจะต้องแสดงรายการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี ในการลงสมัคร การให้ยกเลิกส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะเป็นที่ซ่องสุมกลุ่มการเมือง นายทุน ที่จ่ายค่าหัวให้นักเลือกตั้ง ซึ่งไม่ตอบโจทย์การเป็นที่มาของคนดี มีความสามารถ ส่วนที่มาของนายกฯนั้นกมธ. มีความเห็นไม่ต่างจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คือ ให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือกนายกฯ จะเป็นส.ส.หรือไม่เป็นก็ได้ แต่กรณีนายกฯที่ไม่ใช่ส.ส. ต้องมีเสียงรับรองจากส.ส.ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของสภาผู้แทนราษฎร  

ด้านนายวันชัย สอนศิริ กมธ.การเมือง กล่าวว่าในส่วนการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้น กมธ.เห็นว่า ต้องมีบทลงโทษที่รุนแรง รวดเร็ว เห็นผลจริงได้แก่ การตัดสิทธิไม่ให้ลงเลือกตั้งตลอดชีวิต พร้อมทั้งกำหนดโทษทางอาญาที่รุนแรงตั้งแต่ 1-10 ปีที่ไม่มีอายุความ เพื่อให้คนเกิดความเกรงกลัว รวมถึงให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องรับผิดชอบการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครพรรค หากหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคทำผิดเองจะถูกห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองตลอดชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่เป็นนอมินีชักใยอยู่เบื้องหลัง หากพบว่าอยู่เบื้องหลังการเมืองจะต้องโทษจำคุก 10 ปี

ส่วนการเลือกตั้งใหม่ด้วยเหตุทุจริตเลือกตั้ง ต้องให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้น รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยบังคับใช้กฎหมายได้จริงครั้งนี้ต้องทำให้ได้จริง แม้ล้มละลายก็ต้องทำ ส่วนกลุ่มทุนที่แจกเงินให้พรรคการเมืองโดยไม่ถูกต้อง จะต้องมีโทษจำคุก 1-10 ปี  และมีโทษปรับไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ทั้งนี้กมธ.อยากให้มาตรการต่างๆเหล่านี้สัมฤทธิ์ผลก่อนการเลือกตั้ง