"พรเพชร" เผย "นายกฯ" สั่งเร่งทำกฎหมายปราบคอร์รัปชั่น ยันคสช.อยู่แค่ปี 60 ย้ำแนวทางปรองดอง คนผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ที่โรงเรียนพะเยาพิทยาคม จังหวัดพะเยา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่18ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เป็นการหารือถึงการแถลงผลงานของรัฐบาลในวันที่23-25ธ.ค.นี้ รวมถึงการทำงานของสนช. สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) โดยมีการทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆที่ต้องประสานกัน โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปประเทศ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ย้ำอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรไม่ให้การยึดอำนาจเสียของ โดยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนิติบัญญัติจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายการปฏิรูป ซึ่งเรื่องนี้ สนช.จะต้องประสานงานกับสปท. เพราะกฎหมายปฏิรูปจะต้องสอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามโรดแมปในระยะยาว 20 ปี โดยต้องวางรากฐาน ซึ่งการวางรากฐานนั้น ไม่ได้หมายความว่าคสช.จะอยู่อีกนาน แต่เป็นการกำหนดให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาทำงานในอนาคตเข้ามาสานต่อการปฏิรูป เพราะนายกรัฐมนตรีก็บอกชัดเจนว่าจะอยู่แค่ปี2560 เท่านั้นทั้งนี้ไม่ได้มีการพูดถึงปัญหาและอุปสรรค แต่เป็นการพูดถึงการมองการทำงานข้างหน้าต่อไป
นายพรเพชร กล่าวว่า ในส่วนของกฎหมายเร่งด่วนนั้น นายกฯกำชับเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่เกี่ยวข้องกับศาล เพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น และต้องการให้เห็นว่ารัฐบาลนี้จริงจังกับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งอาจมีการปรับปรุงกฎหมายฉบับเดิมให้ทันสมัยและร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ก็ได้
เมื่อถามถึงแนวทางการสร้างความปรองดอง นายพรเพชร กล่าวว่า รัฐบาลกำลังทำความเข้าใจกับหลายฝ่ายและดำเนินการมาในระดับหนึ่ง แต่ระดับหนึ่งอาจจะมีการดำเนินการทางกฎหมาย โดยนายกฯ ได้พูดหลายครั้งแล้วว่า คนทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล และคสช.ก็ทำความเข้าใจเรื่องนี้มาตลอด
“ถ้าจะให้ได้ผลเด็ดขาดอาจจะอยู่ในลักษณะของการอภัยโทษ และการนิรโทษกรรม ซึ่งแนวทางนี้ก็ต้องอาศัยกฎหมายเช่นกัน แต่จะใช้แนวทางใดนั้น ผมยังตอบไม่ได้ แนวความคิดส่วนตัวของผมเห็นว่า คงไม่ต้องรอ แต่อาจให้รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ และสนช.ก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันทำกฎหมายลูก “นายพรเพชร กล่าว
นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 57 นั้นยังไม่มีการพูดถึง แต่เป็นที่เข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและคสช.จะประเมิน โดยรัฐบาลก็เข้าใจโรดแมปดีว่า เราจะเดินหน้าไปอย่างไรซึ่งขณะนี้ก็เดินไปตามโรดแมปที่วางไว้ โดยที่ไม่ได้คาดคิดว่า มันจะไม่เป็นไปตามโรดแมป แต่ต้องมีกฎหมาย หากมีอะไรเกิดขึ้น เช่น กรณีร่างรัฐธรรมนูญฉบับไม่ผ่าน ดังนั้นต้องรอรัฐบาลประเมินว่า พอถึงตอนนั้นจะทำอย่างไร





