"ไพบูลย์"เปิดประชุมระดับรัฐมนตรีด้านยาเสพติด 6 ประเทศ ปราบยาเสพติดในลุ่มน้ำโขง เผยผลปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ยึดทรัพย์กว่า 600 ล้าน
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านยาเสพติด เรื่องแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ระยะเวลา 3 ปี (2559 – 2561) ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประเทศไทย ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมหน่วยงานผู้ร่วมสังเกตการณ์อีก 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย (ABF) และสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 18 ธันวาคม 2558 มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำและวางแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ระยะเวลา 3 ปี (2559 – 2561) และขยายความร่วมมือจากเดิม 4 ประเทศ เป็น 6 ประเทศ โดยเพิ่มความร่วมมือกับราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อเพิ่มเติมขีดความสามารถในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดให้เข้มแข็ง
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำและพื้นที่แถบลุ่มน้ำโขง ถือเป็นปัญหาสำคัญและเรื้อรังมานานกว่า . 5 ทศวรรษ แม้เวลาเปลี่ยนไป ยาเสพติดก็ไม่เคยลดน้อยหรือหมดสิ้นไปจากภูมิภาคนี้เลย มีแต่จะซับซ้อนมากยิ่งขึ้นดังนั้นกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงจึงเห็นตรงกันว่าปัญหายาเสพติดในภูมิภาคนี้ถือเป็นปัญหาที่มีความเชื่อมโยงกันในหลายประเทศและไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่ง โครงการแม่น้ำโขงปลอดภัยจึงได้ถูกริเริ่มขึ้นโดยรัฐบาลจีน และปัจจุบันขยายความร่วมมือรวมเป็น 6 ประเทศ ซึ่งการประชุมในวันนี้ประเทศไทยมีความพยายามเสนอกรอบแนวคิดของฝ่ายไทยเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการฯ 3 ปี ดังนี้
1. ต้องควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติด
2. จำกัดการแพร่กระจายของยาเสพติดสู่ภายนอก
3. จำกัดกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติดไม่ให้สามารถทำการลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้
4. จำกัดเส้นทางการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ
5. จำกัดการกระจายยาเสพติดในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง
6. แนะนำโครงการพัฒนาทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ปัญหายาเสพติด
สำหรับสถิติการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ระยะที่ 2 (มกราคม – กันยายน 2558) สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ จำนวน 7,329 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 7,923 คน ยึด/อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดคดียาเสพติด รวมมูลค่าประมาณ 652 ล้านบาท ยึดของกลางยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่สามารถผลิตยาเสพติดได้ ดังนี้ ยาบ้า 104.8 ล้านเม็ด ไอซ์ 286.93 กิโลกรัม เฮโรอีน 1,890.92 กิโลกรัม เมทิลีนคลอไรด์ 25.25 ตัน ซูโดอีเฟดรีน 293 กิโลกรัม เอทิลแอลกอฮอล์ 10 ตัน กรดไฮโดรคลอไรด์ (HCL) 3.75 ตัน แอลกอฮอล์ 9.75 ตัน อาซีโตน 8.88 ตัน น้ำยา AA (อาซีติกแอนไฮไดรว์) 260 ลิตร ยาแก้หวัดผสมซูโดอีเฟดรีน 5.3 ล้านเม็ด ผงซูโดอีเฟดรีน 151.25 กิโลกรัม อีเฟดรีน 34.54 กิโลกรัม กรดกำมะถัน 2,197.65 ลิตร กรดเกลือ 4,550 ลิตร กรด ฟีนิลอาซีติก 2,150 กิโลกรัม เฟนิล-2-โปรปาโนน (P2P) 8,190 ลิตร ผงถ่าน 750 กิโลกรัม กรดอินทรีย์ 750 กก. แท่นผลิตยาบ้าและเครื่องผสมยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง
จากการประมาณการปริมาณยาเสพติดที่มีการลักลอบผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำพบว่า ในแต่ละปีมีการผลิตฝิ่น 673 ตัน เฮโรอีน 50 ตัน ไอซ์ 20 ตัน ยาบ้า 1,000 ล้านเม็ด โดยมีการใช้สารตั้งต้น เคมีภัณฑ์ในการผลิตยาเสพติดจำนวนดังกล่าวกว่า 3,000 ตันขึ้นไป





