“ดาว์พงษ์” รมว.ศธ. แนะม.เอกชนควรรับนศ.สอดคล้องกับความต้องการประเทศ
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ว่า สถาบันการศึกษาเอกชนทุกระดับ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในการจัดการศึกษาของภาครัฐแต่ภาคเอกชนจะมีความได้เปรียบตรงที่มีความคล่องตัว ขณะเดียวกันบ้างเรื่องก็พบว่า ยังมีข้อกฎหมายที่ติดขัด ตนจึงขอให้ไปรวบรวมประเด็นปัญหา เพื่อมาดูและแก้ไขแต่ยังคงต้องอยู่ในระดับที่ควบคุมกันได้จะให้อิสระทั้งหมดคงไม่ได้นอกจากนั้น ยังพูดถึงการรับนักศึกษาและการเปิดหลักสูตรซึ่งทางสถาบันเอกชนเองยอมรับว่าการเปิดหลักสูตรและเปิดรับนักศึกษา ต้องคำนึงถึงกลไกการตลาดและความอยู่รอดของแต่ละแห่งด้วย
“เวลานี้มีบางแห่งเริ่มพิจารณาเรื่องปิดการเรียนการสอนในบางสาขา และบางสาขาก็เป็นความต้องการของประเทศ เพราะเด็กเข้าเรียนน้อยลง แต่ก็เห็นตรงกันว่าจะต้องเร่งผลิตในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศเป็นหลัก ซึ่งผมก็มีนโยบายส่งเสริมเรื่องนี้ โดยในอนาคตการปล่อยกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จะพิจารณาสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศเป็นอันดับแรกก่อน”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
ด้าน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) กล่าวว่า สสอท.อยากให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ยืดหยุ่นแนวปฎิบัติหลักเกณฑ์ต่างๆในบางประเด็น เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัว โดยเฉพาะการที่มหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งได้ขยายวิทยาเขตจัดตั้งในกลุ่มประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม เนื่องจากประชาชนในกลุ่มประเทศเหล่านี้นิยมสินค้าไทย และมองว่าสินค้าที่มาจากประเทศไทยเป็นของดีมีคุณภาพ รวมถึงให้การยอมรับการศึกษาไทย ขณะเดียวกันอยากให้ สกอ.ทำหน้าที่เหมือนสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ที่คอยช่วยส่งเสริมธุรกิจด้านการศึกษาซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยในการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง





