"รัสเซล"ถกทวิภาคี"ดอน" ย้ำรัฐต้องให้ประชาชนสามารถมีสิทธิการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล
นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ด้านกิจการภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายหารือถึงประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย – สหรัฐฯ ในรอบปี 2558 ที่มีพลวัตเพิ่มขึ้นจากการพบหารือกันสม่ำเสมอของทั้งสองฝ่าย อาทิ การมาประจำการที่ประเทศไทยของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาคนใหม่ การเยือนไทยของผู้แทนระดับสูงของฝ่ายสหรัฐฯ หลายรายโดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2558 เป็นต้น สำหรับการหารือยุทธศาสตร์ไทย – สหรัฐฯ ครั้งที่ 5 ที่เว้นว่างมากว่า 3 ปี โดยได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันในด้านต่างๆ และส่งเสริมความสัมพันธ์ให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นต่อไปในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระดับประชาชน เช่น การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การแพทย์และสาธารณสุข สองฝ่ายพร้อมจะมองไปข้างหน้าบนรากฐานความสัมพันธ์ไทย – สหรัฐฯ ที่ลึกซึ้งและยาวนานกว่า 182 ปี ฝ่ายสหรัฐฯได้ย้ำท่าทีที่ต้องการเห็นไทยประสบความสำเร็จในกระบวนการปฏิรูปประเทศในทุกๆ ด้าน เพื่อกลับมามีบทบาทแข็งขันและเป็นตัวอย่างให้กับประเทศในภูมิภาคเช่นที่เป็นมา
จากนั้นเวลา 12.45น. นายรัสเซล แถลงภายหลังการหารือว่าถึงเป้าหมายของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐ ที่จะมีขึ้นในต้นปีหน้าว่าจะทำอะไรได้บ้างให้กับประเทศในภูมิภาคและประเทศที่กำลังพัฒนา นอกจากนี้ได้หารือกันถึงประเด็นปัญหาระหว่างประเทศ โดยสหรัฐจะให้ความร่วมมือในประเด็นต่างๆ อาทิ เศรษฐกิจโลก อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่ปกติ ไทยและสหรัฐจะช่วยกันวางแผนร่วมกัน โดยที่สหรัฐจะรักษาความร่วมมือที่มีต่อกันมาอย่างยาวนานต่อไป การเยือนไทยครั้งนี้เป็นการเยือนยาวและเกิดผลดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าสหรัฐฯ มีความห่วงกังวลในเรื่องสิทธิการแสดงออกของคนในประเทศหรือไม่ นายรัสเซล กล่าวว่าส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐต้องให้ประชาชนสามารถมีสิทธิการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งเป็นการแสดงออกขั้นพื้นฐาน
เมื่อถามว่าในการพบปะกันครั้งนี้ได้มีการพูดถึงมาตรา 112 หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ทางสหรัฐฯ ไม่ได้สอบถามถึง มาตรา112 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวเป็นของไทย โดยมาตรา112 ก็เป็นกฎหมายที่ประเทศอื่นก็มี เช่นเดียวกับที่บางประเทศมีกฎหมายเฉพาะตัว เชื่อว่า สหรัฐฯ ย้ำท่าทีที่ต้องการเห็นไทยประสบความสำเร็จในกระบวนการปฏิรูปประเทศ โดยคนไทย 67 ล้านคนก็ไม่มีปัญหากับกฎหมายนี้ที่มีขึ้นกว่าศตวรรษแล้ว มีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่มีปัญหา




