วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รัสเซล'โปรยยาหอมสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับไทย

ปลัดกต. จับมือผช.รมต.กต.สหรัฐฯ แถลงร่วมผลการหารือยุทธศาสตร์ไทย-สหรัฐอเมริกายันสานต่อความร่วมมือ ด้าน"รัสเซล"โปรยยาหอมสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับไทย

นายอภิชาติ ชินวรรโณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับนายแดนเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก แถลงผลการหารือยุทธศาสตร์ไทย-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 5 ว่า การหารือกันครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งในกรอบความร่วมมือทวิภาคี และพหุภาคีอย่างตรงไปตรงมา มีความจริงใจ เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต และมุ่งเน้นความร่วมมือที่สร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่าจะส่งเสริมเรื่องสันติภาพและเสถียรภาพคงไว้  

นายอภิชาติ กล่าวว่า ส่วนความร่วมมือทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายได้หารือทบทวนความสัมพันธ์และเห็นพ้องภายใต้บริบทปัจจุบันทุกด้าน โดยมุ่งกระชับความสัมพันธ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและภูมิภาค โดยในด้านการทหารและความมั่นคง ฝ่ายไทยได้หารือกับสหรัฐฯ ถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการหารือด้านความมั่นคงระหว่างกระทรวงกลาโหมของไทย - สหรัฐฯ (Thai - US stategice defence talk) ในปีหน้า เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์และมุมมองต่อแนวโน้มความมั่นคงในภูมิภาค ขณะที่ด้านสาธารณสุข ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือภายใต้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร โดยจะจัดให้มีการหารือระดับเจ้าหน้าที่ระดับสูงระหว่าง 2 ประเทศ ส่วนด้านการค้าการลงทุน ไทยได้สนับสนุนให้บริษัทของสหรัฐฯ เข้ามาค้าขายและลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งสหรัฐฯ ก็แสดงความพอใจที่มีบริษัทชั้นนำของไทยหลายบริษัทเข้าไปลงทุนและสร้างงานในสหรัฐฯ มากขึ้น โดยทั้งสองจะจัดการประชุมภายใต้กรอบการค้าการลงทุนไทย - สหรัฐฯ ในเร็วที่สุดภายในปี 2559 และด้านการศึกษาและเทคโนโลยี จะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในเรื่องสเต็มศึกษา ด้านวิศวกรรม และเทคโนโลยีต่างๆ ในเดือนต.ค.2559 ที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความร่วมมืออาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสองเห็นพ้องจะร่วมมือกันต่อไป ทั้งในเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์ และบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้น 

นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า ในประเด็นความร่วมมือระดับภูมิภาคกรอบอาเซียน ไทยย้ำถึงการมีบทบาทในการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียน - สหรัฐฯ จนมีเป็นรูปธรรม โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เชิญผู้นำทุกประเทศของอาเซียนให้เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำอาเซียน - สหรัฐฯ ในเดือนก.พ.2559 นอกจากนี้ ยังมีประเด็นระดับโลก สหรัฐฯ ยินดีทำงานใกล้ชิิดกับไทยในการทำหน้าที่ประธานจี 77 นอกจากนี้ ในเรื่องการรักษาสันติภาพ ทั้งไทยและสหรัฐฯ พร้อมจะให้ความร่วมมือในเรื่องการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการร่วมปฏิบัติหน้าที่รักษาสันติภาพในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยใช้ศูนย์ปฏิบัติการรักษาสันติภาพที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยได้  

“การประชุมครั้งนี้ถือว่าราบรื่นบรรยากาศเต็มไปด้วยไมตรีจิต และเต็มไปด้วยสาระ มีความร่วมมือครอบคลุมในทุกมิติและขอขอบคุณนายแดนเนียล และคณะที่เห็นถึงความสำคัญในการเข้าร่วมหารือครั้งนี้ โดยคาดว่าจะมีการหารือครั้งที่ 6 ในปีหน้าที่สหรัฐอเมริกาต่อไป” นายอภิชาติ กล่าว 

ด้านนายรัสเซล กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นมิตรประเทศมายาวนาน ซึ่งวันนี้ได้พูดคุยในหลายประเด็นตลอดจนถึงการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย ซึ่งการหารือในวันนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ดีของความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ สำหรับสหรัฐฯมีความใส่ใจอย่างจริงใจให้กับประเทศไทย และอยากทำงานร่วมกับประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ทั้งนี้อยากเห็นประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้กระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการหารือถึงความคืบหน้าในการพัฒนาความร่วมมือด้านต่างๆ รวมถึงพูดคุยถึงประเด็นที่อยู่ในความสนใจ เช่นเรื่องทะเลจีนใต้ด้วย ทั้งนี้นายรัสเซล ยังกล่าวถึงการประชุมร่วมกันในปีหน้า อันได้แก่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่จะจัดขึ้นที่ประเทศลาว 

“วันนี้ทั้งสองฝ่ายได้คุยโครงการต่างๆที่จะทำร่วมกันในปี 2016 ให้ทั้งสองประเทศมีความร่วมมืออย่างเข้มข้นต่อไป ทั้งนี้อเมริกาขอยืนยัน ว่าให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างมากในฐานะเป็นมิตรประเทศ และ มุ่งมั่นที่จะสานความสัมพันธ์อันดีต่อไป ”นายรัสเซล กล่าว 

เมื่อถามว่าถึงข้อจำกัดไทยกับสหรัฐฯในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันมีเรื่องใดบ้างนายอภิชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ในไทยขณะนี้ประกอบกับกฎหมายของสหรัฐฯ จึงอาจมีป็นข้อจำกัดบางประการที่ทำให้สหรัฐฯให้ความสนับสนุนได้ไม่เต็มที่ เช่นการสนับสนุนทางการทหารและการให้ทุนการศึกษา เป็นต้น 

ขณะที่นายรัสเซล กล่าวว่าภายใต้กฎหมายสหรัฐฯได้กำหนดถึงขอบเขตที่สหรัฐฯจะสามารถจัดลำดับความสัมพันธ์ให้แต่ละประเทศ ซึ่งความร่วมมือต่างๆจะกลับมาได้ต่อเมื่อไทยมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยกลับคืนมา ส่วนความร่วมมือทางการทหารด้วยข้อจำกัดของสถานการณ์ในไทยจึงทำให้ยากต่อการสนับสนุน แต่สหรัฐฯก็พยายามที่จะให้การสนับสนุนโดยพิจารณาเป็นกรณีไป เช่น การฝึกร่วมคอบบร้าโกลด์ ก็จะเน้นให้การช่วยเหลือในเชิงมนุษยธรรม เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือในอีกหลายมิติที่ี่ไทยและอเมริกาที่จะทำได้แต่อเมริกาอยากฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีให้กลับคืนมาเป็นดังเดิม 

เมื่อถามถึงผลการหารือของรัสเซลกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งรองโฆษกรัฐบาลได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อและประชาชนสหรัฐฯ บางส่วนยังมีไม่เข้าใจสถานการณ์ในไทย อาทิ การค้ามนุษย์ และเสรีภาพการแสดงออกจริงหรือไม่อย่างไร 

นายรัสเซล กล่าวว่า รองโฆษกรัฐบาล ได้ทำหน้าที่ในการให้ข่าวฐานะตัวแทนประเทศไทย ส่วนตนจะขอพูดในฐานะตัวแทนสหรัฐฯ ซึ่งวันนี้ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีอย่างตรงไปตรงมาในหลายมิติ และตนทราบซึ้งที่นายกรัฐมนตรีได้ให้โอกาสหารือร่วมกัน โดยทั้งสองฝ่ายได้แชร์ความหวัง ความกังวล และโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือที่มีร่วมกันในทุกด้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงข้อห่วงกังวล และอธิบายสถานการณ์การเมืองและโรดแมปที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยของไทย โดยสหรัฐฯยังคงย้ำจุดยืนเรื่องสิทธิมนุษยชนเพราะถือเป็นหลักการสากลที่ทุกคนต้องการและควรจะได้รับ ทั้งนี้สหรัฐฯ อยากเห็นประเทศไทยมีความมั่นคง เจริญรุ่งเรือง ที่มีรัฐบาล ที่เป็นประชาธิปไตย และสหรัฐฯจะเป็นเพื่อนเคียงข้างประเทศไทย ในฐานะที่ประเทศไทยมีบทบาทที่สำคัญทั้งภูมิภาคและระดับโลก