วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สำนักงบเบรคมท. ซื้อเครื่องเป่าแอลกอฮอล์

ครม.ควัก 234 ล้านบาทให้มท.ซื้อเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ใหม่ให้สตช. หลังใช้งานมานาน 13 ปี แต่ถูก"สำนักงบฯ"เบรค

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย(มท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติงบประมาณจำนวน 234,400,000 บาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อจัดหาเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำนวน 2,930 เครื่อง ราคาเครื่องละ 8 หมื่นบาท ตามที่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เป็นผู้เสนอผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เสนอเข้ามาเป็นวาระจรเรื่องที่ 6 

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย(ปภ.) เคยจัดซื้อเครื่องรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ใช้งานเมื่อปีพ.ศ. 2547 หรือประมาณ 13 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันเครื่องเสื่อมโทรมอย่างมาก ประสิทธิภาพการใช้งานลดลงและบางส่วนใช้งานไม่ได้ เพราะมีความถี่ในการใช้งานสูง และส่วนที่ใช้งานไม่ได้ต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมจำนวนมากไม่คุ้มค่าจึงทำให้สตช.มีเครื่องฯไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ดังนั้นปภ.ในฐานะสำนักเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงขอรับการสนับสนุนกราปฏิบัติงานของสตช.ในการบังคับใช้กฎหมายสำหรับสถานีตำรวจทุกสถานีจำนวน 1,465 สถานี สถานีละ 2 เครื่องจำนวนเป็นจำนวน 2,930เครื่อง 

รายงานข่าวแจ้งว่าการจัดซื้อเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “โครงการจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วและเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์เพื่อใช้ในการดำเนินการการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน” ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโครงการดังกล่าว มีในส่วนของการเสนอขอจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วแบบติดตั้งจำนวน 532 เครื่อง ราคาเครื่องละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 478,800,000 บาท และเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา จำนวน 1,064 เครื่อง ราคาเครื่องละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 957,600,000 บาทด้วย แต่ยังไม่ได้มีการนำเสนอเข้าที่ประชุมครม.

เนื่องจากสำนักงบประมาณได้ท้วงและเสนอว่าในส่วนของเครื่องตรวจจับความเร็วที่ปภ.ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้ ขอให้มท.กับสตช.ร่วมกันทบทวนการจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวอีกครั้ง เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่มีครุภัณฑ์พิเศษและมีราคาสูงมาก คือ ราคาเครื่องละ 9 แสนบาท รวมทั้งได้รับการท้วงติงจากคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน วุฒิสภา ปี พ.ศ.2557 และสตช.เคยจัดหาให้เฉพาะหน่วยงานที่มีความจำเป็นเพื่อใช้งานเฉพาะเท่านั้น ที่ต้องมีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องมืออย่างดีและต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ รวมทั้งใช้งบประมาณในการบำรุงรักษาสูง 

"และการจัดหาครั้งนี้เป็นการจัดหาครั้งนี้เป็นการจัดหาให้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งสถานีตำรวจใช้เครื่องตรวจจับความเร็วอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณลักษณะธรรมดามีราคาไม่สูง คือประมาณเครื่องละ 130,000 บาทและมีความเหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป สามารถตรวจจับความเร็วได้ดี การดูแลรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายในการดูแลไม่สูง จึงน่าจะเหมาะสมกับสถานีตำรวจมากกว่า"