วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมชาย'ไม่หนักใจ คดีสั่งสลายม็อบพธม. ศาลนัดไต่สวน8เม.ย.59

อดีตนายกฯ "สมชาย" ไม่หนักใจ คดีสั่งสลายม็อบพธม. มั่นใจสั่งการโดยสุจริต หลังศาลฎีกานัดไต่สวนครั้งแรก 8เม.ย.59

เมื่อเวลา 9.30 น. ศาลนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดไต่สวนคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตห่างชาติ(ปปช.)เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)ในข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จากการมีคำสั่งให้ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา เมื่อปี2551 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 471 รายโดยนัดพร้อมวันนี้โจทก์และจำเลยทั้ง 4 คนเดินทางมาศาลฯ

ศาลพิเคราะห์ว่า คดีนี้โจทก์ยื่นบัญชีพยานจำนวน 66 ปาก ส่วนจำเลยทั้ง 4 ยื่นบัญชีพยาน 954 ปาก ที่ผ่านมามีการนัดตรวจพยานหลักฐาน 4-5 ครั้ง โดยได้ข้อยุติว่า โจทก์จะขอเบิกความพยาน 28 ปาก ฝ่ายจำเลยขอเบิกความพยาน 106 ปาก ในจำนวนนี้มีพยานซ้ำกัน 19 ปาก นอกจากนี้ฝ่ายโจทก์และจำเลยยอมรับร่วมกันว่า บันทึกสั่งการทางวิทยุของบชน.คำสั่งแต่งตั้งรอผบ.เหตุการณ์และแผนกรกฎ เป็นเอกสารราชการที่มีความถูกต้องแท้จริง ส่วนประเด็นที่จำเลยทั้ง 4 ขอแถลงเปิดคดีด้วยวาจา ศาลอนุญาตตามคำขอโดยให้แถลงเปิดคดีในวันเริ่มสืบพยานฝ่ายจำเลย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเร่งรัดกระบวนการพิจารณา

ศาลจึงนัดคดีล่วงหน้าโดยจะไต่สวนให้แล้วเสร็จภายใน 20 นัด เริ่มไต่สวนนัดแรกวันที่ 8 เม.ย.59 และนัดไต่สวนนัดสุดท้ายในวันที่ 28 เม.ย 60 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความรวดเร็วจึงขอให้คู่ความทั้งสองฝ่ายจัดทำคำเบิกความล่วงหน้าส่งให้กับศาลไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวัดนัด และให้คู่ความอีกฝ่ายส่งคำถามที่จะใช้ซักถามพยานก่อนวันนัดคดีไม่น้อยกว่า 7 วัน มิเช่นนั้นศาลจะไม่อนุญาตให้ซักถาม ซึ่งเป็นกระบวนการพิจารณาในระบบไต่สวน กรณีที่มีเหตุขัดข้องไม่สามารถเรียกพยานมาเบิกความตามวันนัดขอให้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานปากอื่นมาไต่สวนแทน

ด้านนายสมชาย กล่าวว่า ในการนัดตรวจพยานหลักฐานมีพยานบางปากซ้ำกัน และพยานบางปากเห็นเหตุการณ์เดียวกันศาลจึงขอให้ทั้ง 2 ฝ่าย พิจารณาตัดพยานบางปาก รวมแล้วเหลือพยานประมาณกว่า 100 ปาก สำหรับตนไม่หนักใจ เพราะทุกอย่างพยานต้องเบิกความไปตามความเป็นจริง มั่นใจในความสุจริต และพยานหลักฐานเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯใช้วิธีการไต่สวนในศาลเดียวและได้ข้อยุติไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกานั้น เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายพูดกันว่า ในศาลยุติธรรมและศาลปกครองคู่ความสามารถอุทธรณ์ ฎีกาได้ แต่ศาลนี้ไม่มี หากจะมีการแก้ไขก็ว่ากันไปตามระบบ ส่วนตัวแม้จะเป็นระบบไต่สวนศาลเดียวก็มั่นใจในความยุติธรรมและไม่ขัดข้องในระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนกรณีที่ศาลนัดไต่สวนล่วงหน้ายาวไปถึงปี 60 ก็มีไม่มีปัญหา หากจะเดินทางไปต่างประเทศก็จะขออนุญาตศาล หากต้องไปจริงก็ต้องกลับมาเพราะลูกๆอยู่ที่นี่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีโปรแกรมจะเดินทางไปต่างประเทศ