วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แถลงการณ์ 'ไทยพีบีเอส' ขอให้ 'ทุ่งคำ' ทบทวนฟ้องหมิ่นเด็กม.4

ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์กรณี "ทุ่งคำ" ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทเด็กม.4 ย้ำขอให้ทบทวนอย่าฟ้องเด็ก ขอให้ฟ้องผู้ใหญ่ในทีวีสาธารณะ

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์ต่อกรณี บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทเยาวชนนักข่าวพลเมือง

สืบเนื่องจากกรณีที่ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด กำลังดำเนินการเพื่อฟ้องดำเนินคดีกับเยาวชนนักข่าวพลเมือง ชั้นม.4
จากอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย โดยเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำหนังสือขออนุญาตฟ้องเยาวชนในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย ซึ่งในวันที่ 21 ธันวาคม 2558 ทางสถานพินิจฯ จะเชิญผู้ปกครองและเยาวชนดังกล่าวมาให้ถ้อยคำเพื่อพิจารณาหาเหตุสมควรให้ผู้เสียหายฟ้องหรือไม่ ตามข่าวที่ปรากฏในสื่อมวลชนนั้น

ทั้งนี้สาเหตุของการฟ้องร้องเยาวชนนักข่าวพลเมืองที่มีอายุเพียง 15 ปี เนื่องจากการเสนอข่าวเกี่ยวกับการออก ค่ายของกลุ่มเยาวชนฮักบ้านเกิด เจ้าของตอน นักสืบลำน้ำฮวยแท้ๆ แน๊ว ออกอากาศในช่วงข่าวพลเมือง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ ระบุว่า มีเนื้อหาที่เป็นเท็จใส่ร้ายให้บริษัทฯได้รับความเสียหาย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ บริษัท ทุ่งคำฯ ได้ยื่นฟ้องไทยพีบีเอสและผู้ดำเนินรายการช่วงข่าวพลเมืองและผู้บริหารองค์กรรวม 5 คน ไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารและโทรทัศน์ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.3756/2558 โดยเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นเงิน 50 ล้านบาท รวมถึงขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามไทยพีบีเอสประกอบอาชีพโทรทัศน์เป็นเวลา 5 ปี

ไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะ มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมเสรีภาพการรับรู้ข่าวสารแก่ประชาชน และ
ส่งเสริมเสรีภาพการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อผลประโยชน์ของสาธารณะ มีนโยบายที่ชัดเจนในการเปิดพื้นที่ให้กับอาสาสมัครนักข่าวพลเมือง ให้ได้สื่อสารสร้างความเข้าใจต่อสังคมถึงเรื่องราวของชุมชน ภายใต้กระบวนการกองบรรณาธิการที่ช่วยคัดกรองประเด็น เนื้อหา วิธีการน าเสนอที่สร้างสรรค์แต่เคารพในหลักเสรีภาพไม่ละเมิดสิทธิ์หรือหมิ่นประมาทผู้อื่น

ยิ่งไปกว่านั้นการนำเสนอข่าวสารของเยาวชนนักข่าวพลเมือง ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดย
สุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ตาม ปอ. มาตรา ๓๒๙ แม้กระนั้นหากมีกลุ่ม องค์กร หรือบุคคลใดที่เห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ไม่เฉพาะในส่วนของงานข่าวพลเมือง ก็มีช่องทางที่สามารถให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ ท้วงติง กระทั่งขอให้มีการตรวจสอบแก้ไขผ่านกลไกรับฟังความคิดเห็นหรือร้องเรียนโดยตรงต่อคณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน หรือ
กระทั่งฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งทางบริษัท ทุ่งคำฯ ได้ด าเนินการไปแล้วดังรายละเอียดข้างต้น

หากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ไม่มีเจตนาอื่นใดนอกเหนือจากการรักษาสิทธิ์ของบริษัทฯ การดำเนินการฟ้องร้องไทย
พีบีเอสในฐานะองค์กรซึ่งมีผู้บริหารรับผิดชอบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็น่าจะเพียงพอ และเพื่อมิให้บริษัทฯ ถูกสังคมมองว่า มีเจตนาอื่นแอบแฝง จึงเสนอให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทบทวนการฟ้องร้องเยาวชนนักข่าวพลเมืองซึ่งเป็นเพียงนักเรียนชั้นม.4 ให้เหลือเฉพาะในส่วนของไทยพีบีเอสและคณะ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
15 ธันวาคม 2558