ศาลอาญาสั่งส่งเอกสารยันการเสียชีวิต"เสี่ยอู๊ด" จำเลยคดีฉ้อโกงสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ให้ศาลฎีกาพิจารณา
ศาลนัดไต่สวนการเสียชีวิตของนายสิทธิกร บุญฉิม หรือเสี่ยอู๊ด จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2358/2551 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสิทธิกรหรือเสี่ยอู๊ดและบริษัทไดมอนด์ ฮิลล์ จำกัด ที่มีนายสิทธิกร เป็นกรรมการผู้จัดการ เป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันโฆษณาโดยใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าและใช้ข้อความอ้างอิงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ โดยไม่ได้รับพระราชทานอนุญาต ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมส่วนรวม,ร่วมกันใช้เครื่องหมายราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต และเลียนเครื่องหมายราชการให้ปรากฏวัตถุหรือสินค้าใดๆ จากกรณีเมื่อเดือน พ.ย.-ธ.ค.50 จำเลยทั้งสองร่วมกันแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ว่าจัดสร้างพระเครื่องที่ใช้ชื่อว่า “พระสมเด็จเหนือหัว” สร้างจากมวลสารดอกไม้พระราชทาน และผ้าไตรพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจัดสร้างพระรุ่นนี้เป็นการเฉพาะ และยังนำตราเครื่องหมายพระมหามงกุฎ เครื่องหมายราชการของสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง และเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน มาพิมพ์ประทับไว้ที่ด้านหลังพระสมเด็จเหนือหัว ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อเช่าพระดังกล่าว ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมาศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีดังกล่าว แต่ทนายความจำเลย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลว่า นายสิทธิกร หรือเสี่ยอู๊ด จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 30 ต.ค.58 พร้อมแสดงใบมรณะบัตรประกอบการยื่นคำร้อง ศาลจึงนัดไต่สวนการเสียชีวิตในวันนี้ (14 ธ.ค.)
ซึ่งวันนี้ มีนิติกรผู้รับมอบอำนาจจากอัยการโจทก์ และทนายความจำเลย เดินทางมาศาล ขณะที่ นิติกรผู้รับมอบอำนาจอัยการโจทก์ได้นำเอกสารหลักฐานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ระบุว่านายสิทธิกร จำเลยที่ 1เสียชีวิตจริง พร้อมเอกสารการชันสูตรพลิกศพ นายสิทธิกรืของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ที่ระบุสาเหตุการตายว่า เกิดจากกินยาเกินขนาดและไม่พบร่องรอยการต่อสู้ มาแสดงต่อศาล
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เอกสารหลักฐานที่นิติกรผู้รับมอบอำนาจจากอัยการโจทก์ แถลงมามีเหตุผลและหลักฐานสมควร ไม่จำเป็นต้องไต่สวนการตาย ศาลจึงมีคำสั่งให้นำหลักฐานทั้งหมดส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 1 เม.ย.53 ลงโทษนายสิทธิกร และบริษัท จำเลยที่ 1-2 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 47, 48 และ 59 และ พ.ร.บ.เครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2484 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343
โดยให้จำคุก 5 ปี นายสิทธิกร หรือเสี่ยอู๊ด จำเลยที่ 1 และปรับบริษัท จำเลยที่ 2 จำนวน 12,000 บาท ฐานฉ้อโกงประชาชน ที่เป็นกฎหมายเป็นบทหนักสุด และฐานใช้และเลียนแบบเครื่องหมายราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันคืนเงินกับผู้เสียหายทั้ง 921 คนที่เช่าพระสมเด็จเหนือหัว แต่ไม่ให้เกิน 4,055,916 บาท ขณะที่จำเลย ยื่นอุทธรณ์ ขอให้พักการลงโทษและลงโทษสถานเบา แต่เมื่อวันที่ 15 มี.ค.56 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น





