วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลฎีกาตัดสิน ยืนให้ริบทรัพย์'กำนันเซี๊ยะ'รวม 30 ล้าน

ศาลฎีกา พิพากษายืน ให้ริบทรัพย์"กำนันเซี๊ยะ"โคเนื้อกว่า 800 ตัว รถยนต์ 5 คัน รวม 30 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลแพ่ง รัชดาภิเษก ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่ พนักงานอัยการ ยื่นคำร้องขอให้ริบทรัพย์สินของ นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กับพวกรวม 7 คน มูลค่า 30 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน กรณีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างของหน่วยงานราชการในเขตจังหวัดกาญจนบุรี โดยกีดกันไม่ให้บุคคลอื่นเข้ายื่นซองประกวดราคา หากฝ่าฝืนจะถูกกลุ่มของนายประชาข่มขู่ว่าจะทำอันตราย โดยนายประชาได้รับค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 10-12 ของราคากลางในการประกวดราคา อันเป็นการกระทำความผิดฐานกรรโชกโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร และความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ คณะกรรมการป.ป.ง. ตรวจพบทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ได้แก่ โคเนื้อ 872 ตัว ราคาประมาณ 25 ล้านบาท รถยนต์ 5 คัน มูลค่ารวม 30 ล้านบาท 

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา ให้ริบทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน ต่อมา ฝ่ายของนายประชา ผู้คัดค้าน ฎีกาว่าในคดีอาญานั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่มีความผิดมูลฐานให้ยื่นขอริบทรัพย์ได้ 

ทั้งนี้ ศาลฎีกาคณะคดีปกครอง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เป็นมาตรการดำเนินการต่อทรัพย์สิน มีบทบัญญัติกำหนดกระบวนการไว้เป็นพิเศษ 

เมื่อมีหลักฐานเชื่อได้ว่า ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทำความผิด เลขาธิการ ป.ป.ง.มีอำนาจส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์ดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าศาลพิพากษาลงโทษผู้คัดค้านในคดีอาญาหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ง. จึงมีอำนาจยื่นคำร้องให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งริบทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 51 ฎีกาของฝ่ายผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนให้ริบทรัพย์ทั้งหมด 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายประชา หรือกำนันเซี๊ยะ อายุ 72 ปี ผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี และอดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ คดีอาญาที่ถูกอัยการยื่นฟ้องฐานฮั้วประมูลนั้น คดีอยู่ระหว่างฎีกา หลังจากศาลอุทธรณ์พิพากกลับให้ยกฟ้องที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกกำนันเซี๊ยะ 5 ปี 

โดยยังมีคดีที่อัยการ ยื่นฟ้อง กำนันเซี๊ยะฐานเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดิน หรือก่อสร้างฯแผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ในการบุกรุกที่ราชพัสดุ พื้นที่ จ.กาญจนบุรี และสวนผึ้ง อีกสำนวนด้วย 

ซึ่งคดีบุกรุกที่ดังกล่าว รออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาปี 2557 ให้จำคุกกำนันเซี๊ยะ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งกำนันเซี๊ยะ ได้ประกันตัวไป 100,000 บาท ระหว่างอุทธรณ์ต่อสู้คดี