วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วีระ'ยื่นปปช. ไต่สวน'อุดมเดช-ศิริชัย' ปมทุจริตราชภักดิ์

"วีระ"ยื่นป.ป.ช.ไต่สวน"อุดมเดช-ศิริชัย"ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปมทุจริตอุทยานราชภักดิ์ หลังจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ-ไม่ลงโทษ คนใกล้ชิด

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ยื่นหนังสือร้องเรียนให้คณะกรรมการป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาทหารบก (ผบ.ทบ.) และพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และในฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

นายวีระ กล่าวว่า เรื่องนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โครงการอุทยานราชภักดิ์ ที่กองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างภายในพื้นที่ของกองทัพบก โดยปรากฏหลักฐานจากสื่อมวลชนว่ามีการใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมีการเบิกจ่ายงบกลางไปแล้ว 80% ของวงเงินที่ได้รับการจัดสรร 63.57 ล้านบาท และเงินบริจาคของประชาชน ซึ่งเมื่อเข้ากองทัพบกแล้วถือว่าเป็นเงินของกองทัพบก โดยมีการจัดจ้างโรงหล่อทั้งหมด 6 โรง หล่อพระพระบรมราชานุสาวรีย์ 7 องค์ ใช้งบในการก่อสร้างองค์ละ 41-45 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 287-315 ล้านบาท ปรากฏข้อเท็จจริงว่า อาจมีการหักหัวคิว 10% จากเซียนพระ (ชื่อย่อ อ.) นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า พล.ต.สุชาติ พรหมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และ พ.อ.คชาชาติ บุญดี อดีตนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำกองทัพภาคที่ 3 (นายทหารคนสนิทของ พล.อ.อุดมเดช ปัจจุบันถูกถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว) อาจมีส่วนร่วมในการทุจริตเกี่ยวกับการจัดสร้างอุทยานดังกล่าวด้วย 

นายวีระ กล่าวว่า ส่วนในการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างงานปูหินสักการะ บันได และลานชั้นบนรอบแท่นพระบรมรูป 34.9 ล้านบาท งานติดตั้งหินอ่อนรอบแท่นพระบรมรูป 11.9 ล้านบาท งานสร้างรั้วบริเวณภายในและภายนอกอุทยานราชภักดิ์ 2 โครงการ 20.2 ล้านบาท งานสร้างป้ายทางเข้าและอาคารรักษาความปลอดภัย 7.2 ล้านบาท (ทั้งหมดข้างต้นใช้งบกลาง) และการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ 7 พระองค์นั้น งานก่อสร้างดังกล่าวมีมูลค่าเกินสองล้านบาทขึ้นไป และเป็นการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ แต่ไม่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ 

"การกระทำดังกล่าวของ พล.อ.อุดมเดช และ พล.อ.ศิริชัย จึงเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 7 และมาตรา 12" นายวีระ กล่าว

นายวีระ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณี พล.อ.อุดมเดช ไม่ดำเนินการตรวจสอบและลงโทษ พล.ต.สุชาติ กับ พ.อ.คชาชาติ ที่มีส่วนพัวพันการทุจริต ซึ่งอาจเกี่ยวกับการเรียกรับเงินของเซียนพระชื่อย่อ อ. จากเจ้าของโรงหล่อ การกระทำดังกล่าวของ พล.อ.อุดมเดช เมื่อครั้งเป็น ผบ.ทบ. จึงเป็นการกระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 

นอกจากนั้น นายวีระ ได้กล่าวถึง กรณีการจัดตั้งมูลนิธิราชภักดิ์ว่า มูลนิธิดังกล่าวมีฐานะเป็นเอกชน ไม่ใช่ส่วนราชการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จึงไม่มีอำนาจหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการดำเนินงาน และการรับบริจาคเงินของมูลนิธิฯ ว่าการรับบริจาคเงินที่ได้มาตามความจริง จะตรงกับใบเสร็จที่ออกให้โดยมูลนิธิฯ หรือไม่ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกันก็ได้ แตกต่างจากกรณีถ้าเป็นส่วนราชการ สตง. มีอำนาจหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการรับบริจาคเงินได้ว่า ได้รับเงินบริจาคมาเท่าใด 

"จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การจัดตั้งมูลนิธิราชภักดิ์เป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเงินที่ได้รับบริจาค และเป็นช่องทางเพื่อจะทำการทุจริตเงินบริจาคสนับสนุนการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ จึงขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบเงินที่มีการบริจาคจริงเพื่อเข้ามูลนิธิราชภักดิ์ด้วยว่ามียอดรวมทั้งหมดจำนวนเท่าใด ตรงกับใบเสร็จที่ออกไปหรือไม่"นายวีระ กล่าว 

ขณะที่นายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าว สำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช. ไม่ได้ปฏิเสธที่จะเข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้ แต่ที่ผ่านมาต้องดูข้อมูลทั้งหมดในภาพรวมในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะนำข้อร้องเรียนพร้อมหลักฐานของนายวีระ เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวต่อไปหรือไม่