วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยัน4ชาวซีเรียผิดแค่อยู่ในไทยเกินกำหนดวีซ่า

ตร.ยัน 4 ชาวซีเรียผิดแค่อยู่ในไทยเกินกำหนดวีซ่า ไม่เกี่ยวก่อการร้าย-เร่งหาต้นตอคนแพร่เอกสารลับ

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการควบคุมตัวชาวซีเรียผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ทั้ง 4 ราย ว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการควบคุมชายชาวซีเรีย 3 รายได้ในกรุงเทพฯ คือ 1.นายนาว์เฟล ฮัซซัน (Mr.Nawfal Hassoun) อายุ 34 ปี ซึ่งเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังมีภาพปรากฏในสื่อ 2.นายอับดุล อาซิซ อรุค (Mr.Abdul Aziz Arouk) อายุ 44 ปี อาชีพนักร้อง ซึ่งถูกตำรวจ สน.ลุมพินี เชิญตัวมาให้ข้อมูล และ 3.นายมูอยาด เฮยาติ (Mr.Mouayad Hayati) อายุ 29 ปี ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่ สน.ลุมพินี โดยพบว่าทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวบการก่อการร้าย หรือกลุ่มไอเอส แต่อย่างใด ขระเดียวกันในช่วงเย็นเมื่อวานนี้(6 ธ.ค.) ยังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุม นายฮาก็อป แกสสาเบียน (Mr.Hagop Kassanbian) อายุ 57 ปี ได้ที่จ.ชัยภูมิ ซึ่งจากการสอบปากคำก็พบว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสเช่นกัน 

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าชายชาวซีเรียทั้ง 4 ราย มีความผิดฐานพักอาศัยอยู่ในประเทศเกินกำหนดเวลา (over stay) ตอนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ในส่วนของ นายฮาก็อป ทราบว่าได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำภาพหนังสือเดินทาง และเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยการเผยแพร่ดังกล่าวระบุว่าเป็นบุคคลต้องสงสัยสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย จึงแจ้งความเอาผิดฐานหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง 

“เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)ได้ประสานกับตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) และ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล(บช.ส.) ในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามาก่อเหตุร้ายในบ้านเมืองเรา” รรท.ผบช.น. กล่าวยืนยัน  

ขณะที่ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับชายชาวซีเรียทั้ง 4 คน ที่ถูกควบคุมตัวนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อให้เกิดความกระจ่างและชัดเจนว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย ส่วนกรณีการตรวจสอบหนังสือราชการลับของ บช.ส. เรื่องเฝ้าระวังและตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นกลุ่มสมาชิกก่อการร้ายไอเอส เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับบุคลที่นำเอกสารดังกล่าวออกมาเผยแพร่หรือไม่นั้น ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีเจตนาสร้างความตื่นตระหนกตกใจหรือไม่ อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงสื่อมวลชนรวมทั้งประชาชนผู้รับข่าวสารว่า อย่าตื่นตระหนก และอย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดี