“สุริยะใส” ติงเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ หวั่นถูกการเมืองครอบงำจนพังระยะยาว แนะเพิ่มหลักการถ่วงดุลตรวจสอบโดยประชาชน
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวนยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย(สปท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ตัดอำนาจถอดถอนของวุฒิสภาออก โดยจะให้องค์กรอิสระอื่นทำหน้าที่แทน ว่า ตนมีคำถามต่อกรธ.ว่าจะตัดสิทธิการเข้าชื่อของประชาชนเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกไปด้วยหรือไม่ ถ้ายังคงอยู่จะมีกระบวนการอย่างไร และองค์กรใดจะทำหน้าที่รองรับสิทธิของประชาชนตรงนี้ แต่ถ้าตัดสิทธิในส่วนนี้ของประชาชนทิ้งไปก็จะเป็นการรอนสิทธิของประชาชนให้จองจำอยู่แค่การเลือกตั้ง สิทธิถอดถอนที่เป็นเรื่องใหม่และสะท้อนความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญไทยที่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ2550 จะจบลงซึ่งกลไกถอดถอนโดยประชาชน ถือเป็นการยกระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนให้ไปไกลกว่าการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งแล้วไปทำให้การเมืองยึดโยงกับประชาชนแค่ตอนเลือกตั้งเท่านั้น ภายหลังเลือกตั้งการเมือง จึงกลายเป็นเวทีเจรจาผลประโยชน์ของคนส่วนน้อย นอกจากนี้ กลไกลถอดถอนโดยประชาชนยังเป็นการสร้างสมดุลในระบบตรวจสอบและถ่วงดุลประกันสิทธิประชาชนตลอดเวลา เมื่อมีสิทธิเลือก ส.ส.ได้ ย่อมถอดถอนได้ ถ้าผู้แทนไม่รักษาสัญญาประชาคม จึงอยากให้กรธ.คงกลไกส่วนนี้ไว้ รวมทั้งกลไกการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชนด้วย ทั้งกลไกถอดถอนและเสนอกฏหมายโดยประชาชนถือเป็นสิทธิริเริ่มเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่มีกฎหมายลูกรองรับ และพอเข้าสู่กระบวนการในสภาผู้แทนราษฎรมักจะถูกดอง หรือมีความพยายามทำให้เรื่องตกไป ฉะนั้น กรธ.ควรปรับปรุงให้กลไกส่วนนี้ทำงานได้จริง ไม่ใช่คิดแต่จะตัดทิ้งท่าเดียว
“การถ่ายโอนอำนาจถ่วงดุลตรวจสอบจากการเมืองไปให้ให้องค์กรอิสระอาจจะดูดีในระยะสั้น แต่ในระยะยาวถ้าองค์กรอิสระไม่อิสระจริงการเมืองเข้าไปครอบงำได้ ก็จะล้มเหลวอีก แต่ถ้าเพิ่มหลักการและกลไกถ่วงดุลตรวจสอบที่ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น จะทำให้ระบบการเมืองไทยในระยะยาวเกิดความสมดุลของระบบถ่วงดุลตรวจสอบได้มากกว่า” นายสุริยะใส กล่าว





