นายกฯเตือนขรก.ให้ปรับการทำงาน ระบุเม.ย.นี้จะประเมินทั้งหมด ชี้ทำงานใส่ใจปชช. ไม่ใช่แต่บังคับใช้กม.อย่างเดียว
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการกล่าวเปิดงานวันสิ่งแวดล้อมไทย ที่อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานีถึงการทำงานของข้าราชการว่า ทุกกระทรวงต้องกำหนดผลสัมฤทธิ์ โดยตนจะประเมินผลในเดือนเม.ย.ใหม่ทั้งหมด ทั้งในเรื่องความประพฤติ ผลงานที่ทำอยู่ และผลความพึงพอใจของประชาชนด้วยเพราะวันนี้รัฐบาล ข้าราชการ ประชาสังคม เอ็นจีโอ เอกชน ต้องเดินหน้าประชารัฐ บริหารงานจากข้างบนลงสู่ข้างล่าง คือจากนโยบายไปสู่การขับเคลื่อนและไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งถ้ามีปัญหาก็ส่งกลับมาที่ข้างบน ที่ผ่านมา วันหนึ่งสั่งงานเป็น 100 เรื่อง ตลอด 2 ปีรวมเป็นพันกว่าเรื่อง สั่งจนงงหมดแล้ว
พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้เข้ามาเพื่ออยู่ให้นาน แต่เข้ามาเพื่อปฏิรูป หรือใครไม่ต้องการ สิ่งที่คิด สิ่งที่ทำ มันจะไปได้ไม่ได้เลย ถ้าไม่ช่วยกัน จะกลายเป็นความขัดแย้งทุกเรื่องไป วันนี้ติดกับดักตัวเองทั้งนั้น ผลประโยชน์ตัวเองต้องลดลง ร่วมมือกัน ข้าราชการต้องดูแลเอาใจใส่ประชาชนด้วย ไม่ใช่บังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว ทุกอย่างต้องขับเคลื่อนต้องทำให้เกิดการปฏิรูปให้ได้ภายในปี 60 แล้วส่งให้รัฐบาลต่อไป
นายกฯ กล่าวต่อว่า หากข้าราชการมีปัญหาในการทำงานสามารถแจ้งมาที่ตนได้ที่ทำเนียบรัฐบาลหรือศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งปีที่ผ่านมาแก้ปัญหาไปแล้วกว่า 9 แสนเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ถูกละเลย ส่วนปัญหาที่เหลือจำเป็นต้องแก้กฎหมายหรือต้องใช้มาตรา 44 ในการดำเนินการ เช่น เรื่องขยะสามารถแก้ปัญหาได้หากเกิดขึ้นจากใจ หรือจะต้องให้ใช้มาตรา44 ไปจับคนทิ้งขยะหรืออย่างไร รัฐบาลมีหน้าที่บูรณาการทำงานให้ทั่วถึง จากนี้ตนจะดูแลข้าราชการให้มีความเข้มแข็งไม่ให้ถูกทาบทับ แต่ก็ไม่ให้ต่อต้านเพราะจะผิดวินัย ตนอยากให้มีการกำหนดกรอบการทำงานระยะที่หนึ่งตั้งแต่ปี57-61 ในการปรับโครงสร้างใหญ่ๆเพื่อให้ทุกอย่างเดินไปได้และที่พูดว่าปี 61นั้ นเนื่องจากตนจะอยู่ถึงปี 60 แต่ต้องทำงบประมาณของปี61 ด้วย ต้องบูรณาการในการจัดทำงบประมาณ ส่วนที่เหลือก็ให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการ เพราะการปฏิรูปต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ซึ่งเรื่องสำคัญที่สุดคือการวางแนวทางการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นตนไม่เคยต้องการผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ตนเดินทางไปต่างประเทศ ตนได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปถ่ายทอดให้ชาวต่างชาติในเวทีโลกได้รับรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาทำ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าที่ผ่านมาเหตุใด รัฐบาลถึงไม่ทำแบบนี้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะดูแลปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้ แต่ก็ต้องรู้ด้วยว่า ป่าและที่ดินนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะทุกคนยังยึดติดเพียงว่าต้องมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง โดยทุกคนต้องการเป็นเจ้าของที่ดิน มีการกู้หนี้ ยืมสิน ทำให้เกิดปัญหาเรื่องหนี้สินต่างๆ แม้แต่ตอนนี้ปัญหาหนี้สินของครูก็มีปัญหามาก เรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการเองก็กำลังจะแก้ไข ซึ่งตนเองได้มอบให้เร่งแก้ปัญหานี้ ถ้าใครไม่แก้ตนจะแก้เอง





