วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'เผยนักธุรกิจรายใหญ่ไม่รู้ว่า 2 ปีรัฐบาลทำอะไรบ้าง

"ประยุทธ์"เผยนักธุรกิจรายใหญ่ไม่รู้ว่า 2 ปีรัฐบาลทำอะไรบ้าง สั่งตั้งคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มอบ"ประธานหอการค้า"เป็นเจ้าภาพ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพบปะกับนักธุรกิจ 24 รายใหญ่ของไทย โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ว่า เป็นการพูดคุยหลายมิติโดยเฉพาะการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ สิ่งที่รัฐบาลได้สั่งการไป ไม่สามารถทำเพียงคนเดียวได้ ดังนั้นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จึงเชิญบรรดานักธุรกิจที่เป็นเครื่องจักรสำคัญมาหารือแต่ไม่ใช่ว่าจะหาวิธีเอื้อประโยชน์ให้กับนักธุรกิจ เป็นการพูดถึงว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลได้อย่างไรเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อย สร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจใหญ่-กลาง-เล็ก และเอสเอ็มอี มีการพูดถึงการให้ความรู้การตลาด การออกแบบ การสร้างนักธุรกิจใหม่ และระบบการศึกษา ว่าจะช่วยกันดูแลครู และสถานการศึกษาอย่างไร เนื่องจากเอกชนมีเงินสำหรับการทำโครงการซีเอสอาร์(ความรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อมขององค์กร)อยู่แล้ว ตนได้กำชับให้ทำในทุกพื้นที่ทุกภูมิภาค ทั้งหมดล้วนอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเชื้อเชิญนักธุรกิจให้มาลงทุนในไทยนั้น นักธุรกิจ สนใจแต่ที่ยังช้าอยู่เพราะยังไม่มีพ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งรัฐบาลนี้กำลังพิจารณาพ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ เพราะการลงทุนไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆใครจะมาก็มาได้จำเป็นต้องพึ่งพ.ร.บ.อย่างเรื่องการศึกษาก็มีพ.ร.บ.อยู่ทุกแท่ง แตะไม่ได้เลยมี แล้วก็ไม่ได้ทำให้การศึกษาดีขึ้น มีแล้วก็แค่แบ่งเงินแบ่งงบประมาณกันเท่านั้น 

ผู้สื่อถามว่าเจ้าสัวต่างๆได้สะท้อนอะไรถึงรัฐบาลบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มีการสะท้อน แต่เขาไม่รู้ถึงสิ่งที่รัฐบาลทำมาเกือบ 2 ปี ที่ไม่รู้เพราะต่างคนต่างก็ทำงานเพราะนักธุรกิจไม่ค่อยมีเวลาอยู่แล้วไม่สามารถที่จะมาฟังตนได้ และทีมประชาสัมพันธ์ก็เข้าไม่ถึง แต่ต่อไปจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนฝ่ายเศรษฐกิจของภาคเอกชนทั้งหมดโดยมีนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทย เป็นแกนนำ โดยจะดูว่าสามารถสนับสนุนกิจกรรมใดที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร ทั้งงานวิจัยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถ้าไม่เตรียมพร้อมเรื่องพวกนี้ต่อไปจะเสี่ยงทั้งสิ้น เพราะมาจากความเสี่ยงของสถานการณ์โลก พันธกรณีระหว่างประเทศ ข้อสัญญาทางการค้า ล้วนมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราไม่มีความเข้มแข็งในเรื่องเหล่านี้มาก่อนเลย 

เมื่อถามว่าภาคธุรกิจมีข้อเสนออะไรใหม่ๆบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เยอะแยะ ทั้งกฎหมาย สัญญา ตนก็บอกว่าต้องปรับจูนให้ตรงกับนโยบายของรัฐเพราะหน้าที่ของข้าราชการคือรักษาผลประโยชน์ ส่วนหน้าที่ของภาคธุรกิจคือทำกำไรให้ได้มากที่สุดแล้วจะเจอกันได้อย่างไร การปรับจูนภาคธุรกิจต้องลดกำไรลงบ้างแต่รัฐจะหาสิทธิประโยชน์ให้ทั้งเรื่องภาษี กฎหมายการค้า กฎหมายร่วมทุน โดยต่อไปภาคธุรกิจสามารถส่งความเห็นสะท้อนปัญหาเข้ามาและรัฐบาลจะนำไปขับเคลื่อน 

"ภาคธุรกิจที่ได้หารือกันในวันนี้มีความพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล แต่ไม่ใช่จะพร้อมทั้งหมดเพราะต้องดูว่าเขาศักยภาพอย่างไรบ้าง และผมไม่สามารถสั่งภาคธุรกิจได้ หรือจะใช้มาตรา 44 สั่งการก็ไม่ได้ เรื่องประชารัฐเป็นความร่วมมือของรัฐข้าราชการ เอกชนภาคธุรกิจ ซึ่งต้องปรับจูนเข้าหากันให้ได้ ภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ ต้องมาคุยกัน รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจโดยวันหน้าจะเรียกมาคุยให้หมดทุกส่วนเพราะถ้าไม่คุยจะติดปัญหาที่ทุกคนมักเอาหลักการกฎหมาย สิทธิมนุษยชนทำให้ไม่เกิดอะไรขึ้น วันนี้การเมืองเข้ามาทาบทับน้อย เพราะผมไม่ใช่นักการเมืองแม้จะถูกมองว่าเป็นนักการเมืองในสายตาแต่ผมก็ทำงานของผม และจากนี้เมื่อมีคณะกรรมการขับเคลื่อนภาคเอกชนนายสมคิดจะเป็นผู้ไปคุย เมื่อถึงวาระสำคัญตนจะเข้าร่วมประชุม เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นมีผู้สื่อข่าวสุภาพสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ได้ถามว่า ความร่วมมือกับภาคธุรกิจจะเป็นรูปธรรมเมื่อใด พล.อ.ประยุทธ์ ตอบเสียงดังขึ้นมาว่า "รอมาชาติหนึ่งแล้วยังไม่เกิดเลย เธอจะรออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ เธอจะเอาเมื่อไหร่ วันนี้พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เดือนหน้า" จากนั้นพลเอกประยุทธ์ถามผู้สื่อข่าวว่า “ลูกกี่เดือนแล้ว เดี๋ยวลูกออก” และกล่าวต่อว่านี่อย่างไรมันถึงต้องมาแบ่งว่า 1-2-3 อะไรที่จะเกิดขึ้นได้ในตอนที่ตนอยู่ในเดือนก.ค.60 เดี๋ยวไปหามา แล้วที่เหลือก็ส่งแผนปฏิรูปแล้วค่อยไปไล่กับรัฐบาลใหม่เขาทำเอา แต่จะเริ่มให้ทุกอย่าง โดยจะให้ความสำคัญกับเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐานก่อน