วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรธ.หั่นวาระรับหลักการแห่งร่างกม. ขั้นตอนพิจารณาของวุฒิฯออก

กรธ.หั่นวาระรับหลักการแห่งร่างกฎหมาย ในขั้นตอนพิจารณาของวุฒิสภาออก หวังลดเวลาพิจารณา แต่คงสิทธิยับยั้ง-ปฏิเสธร่างกฎหมาย

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงผลการพิจารณาของกรธ. เกี่ยวกับประเด็นการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ซึ่งที่ประชุมได้เห็นด้วยกับหลักการ คือ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ของฝ่ายนิติบัญญัติ จะให้สิทธิเฉพาะแต่สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอร่างกฎหมาย โดยใช้การพิจารณาเป็น3วาระ ทั้งนี้หากร่างพ.ร.บ.ใดที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเงินต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบก่อน รวมถึงการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ฉบับใดที่เสนอแต่เดิมไม่ใช่ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน แต่เมื่อแก้ไขแล้วทำให้เนื้อหาเกี่ยวกับการเงิน ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย และเมื่อสภาฯ ผ่านการพิจารณาร่างพ.ร.บ.แล้วให้นำเสนอต่อวุฒิสภา ทั้งนี้กรธ.ได้ปรับรายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายในชั้นวุฒิสภา กล่าวคือ ให้มีการพิจารณาเป็น2วาระ คือ วาระแปรญัตติและวาระให้ความเห็นชอบ

เพราะต้องการลดขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายและให้ทำให้เสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ คือ ร่างพ.ร.บ. ปกติ ส.ว.ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วันหากวุฒิสภาพิจารณาเสร็จไม่ทันถือว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ขณะที่ร่างพ.ร.บ.ใดที่เกี่ยวกับการเงิน ให้ใช้เวลาพิจารณาให้เสร็จภายใน30วัน ทั้งนี้กรธ.ยังคงสิทธิวุฒิสภาในการปฏิเสธหรือยับยั้งร่างกฎหมายได้ โดยใช้วาระให้ความเห็นชอบ อย่างไรก็ตามการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ของวุฒิสภาที่ผ่านมา ทราบว่าก่อนที่จะเสนอร่างพ.ร.บ.เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเนื้อหามาก่อนแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ต้องมีวาระรับหลักการของร่างกฎหมายในที่ประชุมวุฒิสภาอีก นอกจากนั้นกรธ.ได้กำหนดบทบัญญัติห้ามวุฒิสภาแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่ขัดต่อหลักการตามที่สภาฯ เสนอมา 

นายอุดม กล่าวด้วยว่าส่วนร่างพ.ร.บ.ใดที่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือรัฐธรรมนูญ เมื่อผ่านวุฒิสภาแล้ว ต้องส่งให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องนั้นพิจารณาว่ามีเนื้อหาใดที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือขัดต่อหลักการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากไม่มี ร่างพ.ร.บ.นั้นจะถูกเสนอให้ครม. ทูลเกล้าฯ ได้ แต่หากมีเนื้อหาที่ขัดต่อการทำหน้าต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ 

นายอุดม กล่าวถึงแนวทางการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ด้วย ที่ประชุมได้กำหนดให้ส.ว.มีจำนวน200คน มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม คือการเลือกกันเองในกลุ่มวิชาชีพ ที่กำหนดไว้แล้วจำนวน20กลุ่มวิชาชีพ แต่จะมีรายละเอียดว่าเป็นกลุ่มวิชาชีพใดบ้างได้ให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในหลักเกณฑ์การเลือกตั้งทางอ้อมหรือเลือกกันเอง นั้น กรธ. ได้กำหนดให้มีระดับของการคัดเลือกกันเองในกลุ่มวิชาชีพ เป็น 3 ระดับ คือ ระดับอำเภอ, ระดับจังหวัดและระดับประเทศ

พร้อมกับกำหนดคุณสมบัติที่สอดคล้องกับภาระกิจ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาการฮั้วกันหรือเป็นตัวแทนของนักการเมืองในพื้นที่ ดังนั้นส.ว.ที่จะได้จึงอาจไม่ใช่ตัวแทนของจังหวัดแต่จะเป็นตัวแทนของกลุ่มวิชาชีพที่แท้จริง ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครส.ว. นั้นจะให้กกต.เป็นผู้ดำเนินการ