วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศรีวราห์'ยื่นศาลขออนุมัติออกหมายอดีต 2 นายตำรวจ

"ศรีวราห์"ยื่นศาลทหารขออนุมัติออกหมายอดีต 2 นายตำรวจกองปราบ เผยมีตำรวจยศสูงกว่าพ.ต.อ.-ทหารกับพลเรือนผิดมาตรา112 เกี่ยวข้องปืน-วิทยุสื่อสาร

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงแอบอ้างสถาบันฯ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 กล่าวถึงความคืบหน้าในการสอบสวน ว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลทหารได้อนุมัติหมายจับ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวศิลป์ หรือ"อาท" เลขาคนสนิทของ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ"หมอหยอง"เพิ่มเติม ในข้อหาความผิด มาตรา112 หลังพบว่าร่วมกระทำผิดในกรรมอื่นๆ ซึ่งอยู่ใน 7 สำนวน ที่กำลังสอบสวน

ขณะเดียวกันเช้าวันนี้(25 พ.ย.)คณะพนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลทหารและศาลอาญา ถ.รัชดา เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในความ ม.112 และมาตราอื่นๆ เช่น กรณีเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน และวิทยุสื่อสารเพิ่มเติม โดยในจำนวนนี้มีพ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีต ผกก.2 บก.ป. และพ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัญเลขา อดีต รองผกก.2 บก.ป. ที่ได้ลาออกจากราชการตำรวจไปแล้วก่อนหน้านี้

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ยังมีนายตำรวจที่ยศสูงกว่าพ.ต.อ. รวมทั้งทหารและพลเรือน ที่มีความผิด ม.112 และถูกยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาล โดยรวมแล้วมากกว่า 4 คน แต่ไม่เกิน 10 คน แต่ไม่ได้จำ จำนวนชั้นยศ และจำชื่อไม่ได้ ต้องรอให้ศาลอนุมัติหมายจับก่อนจึงจะชี้แจงได้ เนื่องจากตอนนี้จำรายละเอียดไม่ได้ ซึ่งในกลุ่มนี้มีทั้งที่เป็นเครือข่ายของนายสุริยัน หรือ"หมอยอง" และกลุ่มที่ไม่ใช่เครือข่าย โดยจากการสอบสวนจนถึงขณะนี้กลุ่มของนายสุริยันนั้น มีนายสุริยันที่ใหญ่สุด สูงที่สุดในกลุ่มแล้ว

การขออนุมัติหมายจับล่าสุดเป็นการสืบสวนสอบสวนขยายผลใน 7 สำนวน ที่ผมกำลังดำเนินการสอบสวน ซึ่งคาดว่าจะขยายผลไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก ซึ่งการขออนุมัติหมายจับล่าสุดนั้น มั่นใจในพยานหลักฐาน ทั้งเอกสาร วัตถุพยาน โดยเพราะพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทางเทคนิค ไม่ได้เอาความลับ หรือคำซัดทอด หรือคำสารภาพไปขอหมายจับ แต่ดูจากหลักฐานทั้งหมดจนมั่นใจ เราต้องชัดเจน มิฉะนั้นเป็นการละเมิดอำนาจศาล แต่ก็อยู่ที่ดุลพินิจศาลจะอนุมัติหรือไม่ หรืออาจให้สอบสวนเพิ่มเติมก็ได้" พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีตำรวจขออนุมัติออกหมายจับครั้งนี้ มีระดับชั้นยศ พล.ต.อ.ที่ลาออกไปแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ตอบว่า ตนไม่ได้พูดอะไรนะ รอให้ศาลพิจารณาอนุมัติก่อนดีกว่า ส่วนพล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.ที่มีกระแสข่าวว่าอาจพัวพันในคดี ก็ไม่ปรากฎในสำนวน เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส.ช่วยราชการ ศปก.ตร.ที่ไม่ปรากฎในสำนวนเช่นเดียวกัน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ในขั้นนี้ยังไม่มีการออกหมายจับในสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสามารถ เพราะยังอยู่ระหว่างพิจารณา อย่างไรก็ตามเร็วๆนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จะส่งสำนวนคดี ม.112 อีก 3 สำนวนให้คณะพนักงานสอบสวนชุดตนดำเนินการ ยืนยันว่าถึงแม้ขณะนี้จะยังไม่สามารถจับกุมตัวพ.อ.คชาชาต บุญดี นายทหารเสนาธิการ กองทัพภาคที่ 3 มาดำเนินคดี ก็ไม่กระทบต่อสำนวน แต่ถ้าได้ตัวมาก็ดี ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายสืบสวนพยายามตามจับกุมตัวให้ได้โดยตลอดไม่ได้ปล่อยปะละเลยแต่อย่างใด

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า คดีนี้ก่อนขออนุมัติหมายจับตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ขอหารือกับ ผบ.ตร.แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาทางปกครองกับตำรวจเหล่านี้หากยังอยู่ในราชการ ก็ต่อเมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว ถึงแม้คดีนี้จะมีตำรวจและทหารเป็นผู้ต้องหา ก็ไม่มีใครสั่งเบรก หรือวิ่งเต้นให้ช่วยเหลือ มีแต่สั่งให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนสิ้นกระแสความ

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวโทษในกรณีอุทยานราชภักดิ์นั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ในฐานะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทราบว่ามีการกล่าวโทษตามข่าวในหนังสือพิมพ์เท่านั้น ไม่ใช่การร้องทุกข์ จึงยังไม่เป็นคดีตามกฎหมาย ดังนั้นตำรวจก็ต้องเชิญหนังสือพิมพ์มาสอบสวนว่า เสนอข่าวนั้นจริงหรือไม่ เอาข่าวมาจากไหน หากไม่มีมูลก็จะยุติไปตามกระบวนการของกฎหมาย

ทั้งนี้ มีรายงานระบุว่า สำหรับนายตำรวจยศสูงกว่าพ.ต.อ. ที่พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับนั้นเป็นตำรวจยศ พล.ต.ต. ตำแหน่งระดับผู้บังคับการ(ผบก.)ในสังกัดหน่วยขึ้นตรงผบ.ตร.