วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรธ.เปิดปฏิทิน ยัน 29ม.ค.59 ร่างรธน.เสร็จ

กรธ.เปิดปฏิทินทำงาน 9 ขั้น ยัน 29 ม.ค. 5929 ม.ค ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกใหัหน่วยงานนำไปเผยแพร่ต่อประชาชาน เพื่อรับฟังความคิดเห็น

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงผลความคืบหน้าการประชุม ว่า ที่ประชุมได้วางกรอบการทำงานช่วงถัดจากนี้ไปโดยแบ่งออกเป็น 9 ขั้น ดังนี้ 1.ภายในวันที่ 8 ม.ค.59 กรธ.จะพิจารณาความคิดเห็นของประชาชน และข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย เพื่อนำมาร่างแต่ละหมวดให้แล้วเสร็จ 2.ระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค. เดินทางไปต่างจังหวัดพิจารณาร่างทั้งฉบับให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้การออกนอกสถานที่ไปทำงานนี้ ไม่ใช่เพื่อป้องกันการล็อบบี้ แต่เพื่อต้องการให้กรธ.มีสมาธิทำงานได้อย่างเต็มที่ 3.ระหว่างวันที่ 18-26 ม.ค. จะทบทวนร่างและถ้อยคำ บทเฉพาะกาล ตลอดจนสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับพิมพ์เผยแพร่ 4.วันที่ 29 ม.ค.59 ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกใหัหน่วยงานนำไปเผยแพร่ต่อประชาชาน เพื่อรับฟังความคิดเห็น   

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า 5.ภายในวันที่ 15 ก.พ.59 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และบุคคลทั่วไป จะต้องส่งความคิดเห็นข้อเสนอแนะต่อกรธ. 6.ระหว่างวันที่ 16 ก.พ.-20 มี.ค. ปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอแนะ 7. ระหว่างวันที่ 21-28 มี.ค. ตรวจสอบความสอดคล้องของถ้อยคำ 8.วันที่ 29 มี.ค.ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ และ 9.วันที่ 30 มี.ค. จะทำพิธีส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้กับรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่กำหนดให้ กรธ.ต้องยกร่างฯภายใน 180 วัน  

นายชาติชาย กล่าวอีกว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ทางรัฐบาลก็จะนำร่างส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดออกเสียงประชามติในเดือนก.ค. ว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ส่วนกรธ.และเครือข่ายเองก็จะทำหน้าที่ชี้แจงเนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชน ตลอดระยะเวลากว่า 3-4 เดือน ก่อนทำประชามติ เพื่อชี้ให้เห็นข้อดีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะช่วยเราก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพัฒนาประเทศเหมือนที่ผ่านมาอีก 

นายชาติชาย กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาเนื้อหารายมาตราขณะนี้นั้น ยังคงอยู่ในส่วนศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องอำนาจหน้าที่ โดยจะให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจชี้ขาด ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ้นจากตำแหน่ง หากพบว่าขัดคุณสมบัติ หรือประพฤติขัดจริยธรรม ส่วนองค์กรที่มีอำนาจส่งให้ศาลวินิจฉัย ก็น่าจะเป็นไปตามกลไกเดิมคือ ป.ป.ช. สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. ส.ว. และบุคลทั่วไป อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาส่วนศาลเสร็จแล้ว ก็จะเข้าสู่การพิจารณาโครงสร้างอำนาจฝ่ายบริหาร 

อย่างไรก็ตาม เราใช้เวลาพิจารณากับหมวดศาลรัฐธรรมนูญอยู่นานพอสมควร เพราะเราอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรายังหวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นองค์กรที่พึ่งสุดท้าย ที่จะคอยวินิจฉัยข้อขัดแย้ง จากวิกฤติการเมืองที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในวันข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับหลักการที่เรายืนยันมาตลอดว่า ไม่อยากสร้างองค์กรใหม่ขึ้นมา