"จเร"ส่งจดหมาย ขอความเป็นธรรม ปมถูกกล่าวหาทำผิดเข้าข่าย ม.157 ทำโครงการสร้างรัฐสภาใหม่ล่าช้า
จากกรณีที่มีการเปิดเผยผลตรวจสอบของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า ซึ่งมีนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา เป็นประธานกรรมการตรวจสอบฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวมีผลสรุปคือนายจเร พันธุ์เปรื่อง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกฯ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผิดวินัยร้ายแรง เพราะพบการกระทำที่ทำให้ฝ่ายราชการเสียหายร้ายแรงและส่อว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 นั้น ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ย. นายจเร ได้ส่งจดหมายเปิดผนึก ที่มีความยาวประมาณ 5หน้ากระดาษเอสี่ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในปัญหาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า และร้องขอความเป็นธรรม โดยมีเนื้อหาสำคัญ คือ 1.ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้กับบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ฐานะผู้รับจ้างล่าช้า เพราะส่วนราชการเจ้าของพื้นที่เดิมได้ส่งมอบพื้นที่ให้สำนักงานฯ ไม่ได้ตามกำหนด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาน้ำท่วม ทำให้พื้นที่อาคารหลักได้ครบเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 57 ทั้งนี้การส่งมอบพื้นที่ล่าช้าสามารถนำไปคำนวณเพื่อขยายเวลาให้กับบริษัทผู้รับจ้างได้ โดยมีคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้มีหน้าที่พิจารณา
2.การดำเนินงานในโครงการ ทางสำนักงานฯ ได้จ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ คือ กลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน CAMA และผู้ควบคุมงานก่อสร้าง คือ กลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน ATTA เพื่อบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง โดยมีคณะกรรมการตรวจการจ้างที่มีผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม กฎหมายและข้าราชการระดับสูงเป็นกรรมการผู้พิจารณาเพื่อเสนอความเห็นและคำขอต่างๆ
3.ปัญหาส่งมอบพื้นที่ของโรงเรียนโยธินบูรณะ ทางสำนักงานฯ ได้จ่ายค่าชดเชยให้จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,105 ล้านบาท โดยได้ดำเนินการอนุมัติตามระเบียบราชการ แต่กรณีที่ทางโรงเรียนส่งมอบพื้นที่ได้ไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงเป็นเพราะการบริหารจัดการภายในของโรงเรียนและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
นายจเร ชี้แจงต่อว่า 4.การจัดการดินในพื้นที่ก่อสร้าง ประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ทางสำนักงานฯ ได้ดำเนินการ 3 วิธี คือ ให้บริษัทผู้รับจ้างขนย้ายมูลดินไปยังสถานที่พักดิน ตามที่สำนักงานฯ กำหนดในระยะทางรัศมี 10 กม., บริจาคตามกฎกระทรวงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยการดำเนินการส่วนดังกล่าว ได้ขนมูลดินไปในสถานที่ราชการและวัดที่ขอรับบริจาค อาทิ กองพันทหารม้าที่ 3 , วัดสังฆทาน, วัดเขียน, วัดแก้วฟ้า, วัดประสาท พื้นที่จ.นนทบุรี สน.ตำรวจภูธรบางศรีเมือง จ.นนทบุรี นอกจากนั้นยังมีส่วนดำเนินการของการจำหน่ายมูลดินตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สาเหตุที่ต้องใช้หลายกระบวนการร่วมกันเพราะหากใช้เฉพาะการจำหน่ายมูลดินอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ถึงวันละ 12 ล้านบาท เพราะต้องใช้การประมูลขายดินซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลาหลายวัน
อย่างไรก็ตามการขนย้ายมูลดินดังกล่าวมีคณะกรรมการควบคุมการส่งมอบดิน โดยที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้าง CAMA และผู้ควบคุมาน ATTA รับผิดชอบ 5.การบริจาคดินให้กับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิฯ เป็นผู้ขอรับบริจาคจากโครงการฯ จำนวน 5 แสนลบ.ม. ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยที่นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เป็นเลขาธิการสภาฯ และกรมธนารักษ์ได้อนุญาตให้สำนักงานบริจาคดินให้กับมูลนิธิ เพราะเห็นประโยชน์ ซึ่งกระบวนการได้เป็นไปตามกฎหมาย แต่เมื่อมีผู้แจ้งว่าตัวแทนมูลนิธิฯ นำมูลดินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของการรับบริจาค ทางสำนักงานฯ ได้สั่งยุติการส่งมอบดินและดำเนินคดีในทางแพ่งและทางอาญากับผู้กระทำโดยมิชอบ
นายจเร กล่าวด้วยว่า 6.การขอแก้ไขแบบก่อสร้างและปรับแก้งวดงานของผู้รับจ้าง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการจ้างตามระเบียบว่าด้วยพัสดุ ซึ่งต้องอยู่บนหลักการที่ว่าฝ่ายราชการต้องไม่เสียประโยชน์ ทั้งนี้ผู้รับจ้างได้ขอปรับลดปริมาณเหล็กเสริมชั้นใต้ดิน B2 ที่ยังเหลือการดำเนินงานอีก 50 เปอร์เซ็นต์โดยไม่แสดงรายละเอียดประกอบว่าสำนักงานฯ จะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ รวมถึงความมั่นคงแข็งแรง ทำให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าการขอแก้ไขแบบก่อสร้างดังนั้นกล่าวประโยชน์ของผู้รับจ้างเท่านั้น และ 7.การขยายเวลาก่อสร้าง เป็นอำนาจของคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการขยายเวลาดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับค่าปรับที่ผู้รับจ้างต้องจ่ายกรณีงานเสร็จล่าช้าถึง 0.01 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างต่อวันหรือประมาณวันละ 12 ล้านบาท โดยข้อเท็จจริงผู้รับจ้างได้ขอขยายเวลาก่อสร้าง จำนวน 2 ครั้งและเวลาต่างกัน คือ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.57 ขอขยาย 479 วัน เพราะปัญหาการส่งมอบพืนที่, การขนดิน ปัญหาผู้พักอาศัยร้องเรียนและคลื่นสัญญาวิทยุรบกวนการทำงานของเครื่องจักร และวันที่ 28 ม.ค.58 ขยายเวลาในส่วนงานที่กระทบต่อการเจาะเสาเข็ม จำนวน 520 วัน และกระทบต่อเสาเข็มPile Wall จำนวน 672 วัน ทำให้คณะกรรมการตรวจการจ้างต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงให้รอบคอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ราชการเป็นหลัก
"การบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ ผมและทีมงานได้ดำเนินการโดยใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบ และสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เป็นหลัก และมีคณะกรรมการทั้งสิ้น 4 ชุด ที่ประกอบด้วย ผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม รวมถึงมีการตรวจสอบการดำเนินงานควบคู่กันด้วย ซึ่งการดำเนินงานของผและทีมงานมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการเป็นการปกป้องประโยชน์ราชการ ส่วนปัญหาความล่าช้ามีเหตุหลักจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย หรือเป็นเพราะปัญหาความไม่พร้อมในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้รับจ้าง หรือเป็นเพราะบางหน่วยงานจงใจละเลยเพื่อให้การส่งมอบพื้นที่ล่าช้า หรือมีเหตุแทรกแซ้อนอย่างอื่น ผมยืนยันในการทำงานว่าตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เคยคิดทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามที่ถูกกล่าวหา ผมขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชนและคนไทยด้วย" นายจเร ระบุ





