"วันชัย สอนศิริ" เผย สปท.การเมือง ชงหั่นส.ส.บัญชีรายชื่อ หนุนกรธ.ให้มีส.ว.สรรหายกเข่ง
นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สปท. เปิดเผยว่า ในการประชุมกมธ.สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประชุมหารือกันเรื่องหัวใจที่จะทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตเที่ยงธรรม เพื่อให้เกิดการปฏิรูปทางการเมืองที่แท้จริง โดยในเรื่องการเลือกตั้ง กมธ.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ควรมีเฉพาะส.ส.เขตเพียง 400 คน เท่านั้น ไม่ควรมีส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะเป็นที่อิงแอบของนายทุนพรรค และไม่ใช่ตัวแทนที่แท้จริงของประชาชน แต่เป็นตัวแทนของหัวหน้าพรรคการเมืองในการระดมทุน จึงไม่จำเป็นต้องมีส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนเรื่องเขตเลือกตั้งนั้น กมธ.เห็นตรงว่า ควรใช้ระบบวันแมนวันโหวต ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งคือ ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 1 คน จะเลือกส.ส.ได้เพียง 1 คนเท่านั้น ไม่ว่าในจังหวัดนั้นจะมีส.ส.กี่คนก็ตาม ยกเว้นจังหวัดใหญ่ๆเช่น กทม. ที่มีจำนวนส.ส.เป็นสิบๆคน อาจใช้วิธีแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นหลายเขต แต่ละเขตมีส.ส. 2-3 คน แต่ประชาชนสามารถเลือกส.ส.ได้เพียง 1 คนเช่นกัน วิธีเช่นนี้จะทำให้คะแนนไม่เสียเปล่า ผู้ที่ได้คะแนนรอง ๆ ลงไป ก็ยังมีสิทธิได้เป็นส.ส.และทำให้การซื้อเสียงทำได้ยากขึ้น เพราะเขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้น
นายวันชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการของกมธ.ด้านการเมือง เพราะจะนำแนวทางการปฏิรูปการเมืองเหล่านี้ไปหารือกับกรธ. และสนช.อีกครั้งว่า มีความเห็นอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ตรงกันจากนั้นกมธ.จึงจะสรุปเป็นมติอย่างเป็นทางการออกมา คาดว่าภายในวันที่ 30 พ.ย.กมธ.จะสรุปแนวทางปฏิรูปการเมืองส่งให้กรธ.พิจารณาได้ ส่วนแนวทางแก้ปัญหาการซื้อเสียงนั้น กมธ.ยังไม่ได้ข้อสรุป จะมีการหารือกันในสัปดาห์หน้า แต่เบื้องต้นเท่าที่คุยเห็นตรงกันว่า จะต้องมีบทลงโทษที่รุนแรงเรื่องการซื้อเสียงเช่น การจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งจะต้องตัดสินคดีโดยรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปี ไม่ใช่ปล่อยยืดเยื้อเป็นหลาย ๆ ปีกว่าจะมีการตัดสินคดีออกมา
นายสมพงษ์ สระกวี คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง กล่าวว่า เสียงส่วนใหญ่ของกมธ.การเมืองเห็นตรงกันว่า ไม่ควรมีส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากมองว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง แต่เป็นตัวแทนจากนายทุนพรรค มีหน้าที่จ่ายตังค์เพื่อเป็นรัฐมนตรี ขัดหลักการของส.ส.บัญชีรายชื่อที่อยากได้คนดี มีความสามารถเข้ามาเป็น อย่างไรก็ตามยังมีสปท.ที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว จึงขอนำกลับไปหารือกับพรรคก่อน ส่วนเรื่องอำนาจของส.ว.นั้น กมธ.ยังไม่ได้หารืออย่างเป็นทางการ แต่เท่าที่คุยกันนอกรอบส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องกับแนวทางของกรธ.ที่จะให้ส.ว.มาจากการสรรหา โดยตัวแทนวิชาชีพต่างๆ เพราะไม่ต้องการให้เป็นสภาผัวเมีย และมีการใช้อิทธิพลทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง แต่ส่วนตัวมองว่า อยากให้พบกันครึ่งทางคือ มีส.ว.เลือกตั้ง 120 คน และส.ว.สรรหา 80 คน จะเหมาะสมที่สุด





