วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุคตร.มั่นคงไล่บี้ตรวจงบ 100 ล้านบาทขึ้น

อนุคตร. มั่นคงรับบัญชา"ประยุทธ์" ยกทีมไล่บี้มหาดไทย แจงใช้งบ 3 ด้าน เน้นตรวจเม็ดเงิน 100 ล้านบาทขึ้นไป

คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) กลุ่มกระทรวงด้านความมั่นคง มีพล.ท.ธนกร จงอุตส่าห์ เป็นประธาน พร้อมคณะที่เป็นทหารทั้งหมด ได้เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย อาทิ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านงบประมาณของแต่ละกระทรวง ให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเน้นการดำเนินงานในงบประมาณปี 2560 กับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการแยกงบฯออกเป็น 3 ส่วน แบ่งเป็น งบฯพื้นฐาน งบฯบุคลากร และงบฯยุทธศาสตร์

มีรายงานข่าวในที่ประชุมแจ้งว่า พล.ท.ธนกร ได้ชี้แจงเหตุผลความเป็นมาในการดำเนินงานของ คตร. กลุ่มกระทรวงด้านความมั่นคงว่า ไม่ได้เป็นการมาขัดขวางการปฏิบัติงานแต่อย่างใด แต่มารับทราบข้อมูลในกลุ่มภารกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อยอดในการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ดีการดำเนินงานของกลุ่มกระทรวงด้านความมั่นคง ที่มีโครงการดำเนินงานในวงเงินที่เกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป ถือว่ามากไป จำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ขอข้อมูลเพิ่มเติม รับทราบผู้ประสานงานให้ชัดเจน เพื่อนำไปตรวจสอบ ตามข้อสั่งการของนายกฯ

"ผมคิดว่า กระทรวงมหาดไทย มีการบริหารงานในแต่ละด้าน ค่อนข้างที่จะใช้งบประมาณเยอะพอสมควร ทางคณะอนุกรรมการจะเน้นติดตามโครงการ หรืองบประมาณที่เกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป ยังไงก็ขอให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล"ประธานอนุฯด้านมั่นคง กล่าว

ขณะเดียวกันทางตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงการดำเนินงานด้านงบประมาณต่างๆ ไม่ว่า จะเป็นโครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบล (ตำบลละ5ล้าน) โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างภายในหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อกระทรวง ซึ่งในที่ประชุมพบว่า งบฯลงทุนที่เกิน 100 ล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง(ยผ.) และยังมีปัญหาอุปสรรคคือการประกวดราคาที่ยังมีความล่าช้า ที่ยังต้องหาแนวทางเพื่อที่จะลดขั้นตอนเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าต่อไป 

รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีการชี้แจงในที่ประชุมถึงปัญหาอุปสรรคในโครงการตำบลละ 5 ล้าน มีกระแสการชักเปอร์เซ็นต์ในโครงการ ถึง 5 แสนบาทของจังหวัดแพร่ แต่ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ยืนยันมาว่า งบประมาณยังไม่ลงไปในพื้นที่แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการตรวจสอบต้องให้มีความชัดเจนที่สุด ให้เกิดความโปร่งใส เพื่อป้องกันการตกเขียว หรือมีการทุจริตเกิดขึ้น 

"นายกรัฐมนตรีเคยถามผมหลังจากที่มีกระแสในตำบลละ 5 ล้านว่า เอ็งเป็นปลัดกระทรวงทำไมถึงคุมไม่ได้ จึงอยากชี้แจง ถ้าพบการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าพบว่า มีการทำผิด ต้องเสนอชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณา ทางฝ่ายข้าราชการประจำไม่มีสิทธ์ไปดำเนินการเอง" ปลัด มท. กล่าว

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้ให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการโดยให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด ทั้งงบฯการดำเนินงานของกระทรวง โดยเฉพาะโครงการตำบลละ 5 ล้านให้มีการขึ้นเว็บไซต์ ให้ติดป้ายประชาสัมพันธ์ตามสถานที่สำคัญในจังหวัด เพื่อรายงานความก้าวหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้เกิดการตรวจสอบของภาคประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายการประชุม คณะอนุ คตร. กระทรวงด้านความมั่นคง ได้รับทราบผลรายงานการดำเนินการ และจะนำไปพิจารณา ตามข้อสั่งการของนายกฯ ที่ระบุว่า หากติดปัญหาอุปสรรคอะไร ให้ดำเนินการติดตามทันที