รองโฆษกตร.เผยส่งสำนวนคดี ม.112 ชุดแรก ให้ศาลทหาร ชี้ผู้ต้องหาตายจำหน่ายคดี ยันอุทยานราชภักดิ์ยังเป็นเรื่องของกองทัพ
พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ว่า ภายหลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามคำสั่งเห็นชอบสั่งฟ้องเมื่อวานนี้ (19 พ.ย.) และได้ส่งสำนวนกลับไปยังกองคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ที่จะต้องนำสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการศาลทหารกรุงเทพเพื่อดำเนินการพิจารณาต่อไป
พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวอีกว่า ส่วนสำนวนอื่นๆอีก 12 สำนวนที่เหลือ คณะพนักงานสอบสวนจะทยอยส่งให้กับกองคดีพิจารณาเช่นเดียวกับสำนวนแรก โดยได้พยายามเร่งรัดการทำสำนวนคดีอย่างรวดเร็ว และขณะนี้จากการตรวจสอบยังพบผู้กระทำผิดเพียง 3 คน ประกอบด้วย นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท เลขาคนสนิทหมอหยอง และ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา อดีต สว.กก.1 บก.ปอท. โดยยังไม่มีผู้ต้องหาคนอื่นๆเพิ่มเติม
“ในกรณีของ นายจิรวงศ์ หรืออาท เลขาคนสนิทหมอหยอง นั้น มีการเพิ่มหมายจับอีกจำนวน 5 หมาย โดยแต่เดิมมีการแจ้งข้อหาอาวุธปืน และต่อมามีการเพิ่มข้อหาว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงด้วย หลังจากนี้พนักงานสอบสวนก็พยายามเร่งรัดสรุปสำนวนส่งให้กับชุดคณะของพนักงานสอบสวนคดี ม.112 และส่งให้ ผบ.ตร.ลงนามต่อไป” พล.ต.ต.ทรงพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าในกรณีสำนวนของผู้ต้องหาที่เสียชีวิตไปแล้ว ทางพนักงานสอบสวนมีการจำหน่ายคดีหรือไม่ พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า ตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 39 สำนวนได้หยุดลง เนื่องจากผู้ต้องหาได้เสียชีวิตแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ในส่วนของการตรวจสอบการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต.ทรงพล ตอบว่า ขณะนี้ยังเป็นเรื่องเฉพาะของหน่วยงาน คือกองทัพ ที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาสอบสวนหาผู้กระทำผิด ซึ่งหากพบว่ามีมูลความผิด ตามขั้นตอนคณะกรรมการฯ จะเป็นผู้เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษพนักงานสอบสวน หรือเมื่อข้อเท็จจริงปรากฎขึ้น มีการกระทำผิดจริง ตำรวจก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ และต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย สำหรับกระแสการหักค่าหัวคิวนั้น ข้อเท็จจริงที่นำประเด็นนี้มาแล้วไปโยงว่าเป็นการกระทำผิดแล้วตามที่มีกระแสข่าว หรือการนำเสนอของสื่อ ทางตำรวจยังไม่สามารถวินิจฉัยข้อสงสัยตรงนี้ได้ เพราะต้องมีบุคคลเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์แล้วให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเอง โดยยืนยันว่าถ้ามีการแจ้งความร้องทุกข์กลับมา ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการโดยทันที แต่ขณะนี้ทางตำรวจไม่มีข้อมูล ปล่อยให้กองทัพดำเนินการ




