"พล.อ.ประยุทธ์"มอบนโยบายทีมประเทศไทย ประจำมาเลเซีย ย้ำเดินตามโรดแม็พ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง
สถานเอกอัครราชทูตณกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายทีมประเทศไทยประจำมาเลเซียในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่27ประกอบด้วยข้าราชการทหารและผู้แทนรัฐวิสาหกิจไททยประจำมาเลเซีย
พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังว่า เอกอัครราชทูตณกรุงกัวลาลัมเปอร์ได้รายงานความก้าวหน้าการทำงานของทีมประเทศไทยว่าได้ให้ความสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ไทยและมาเลเซียส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พร้อมเชิญชวนมาเลเซียเพิ่มการลงทุนในไทยโดยเฉพะเขตเศรษฐกิจพิเศษการส่งเสริมการขนส่งผ่านด่าน ขณะเดียวกันไทยพร้อมก็จะเรียนรู้ประสบการณ์และหลักปฏิบัติที่ดีของมาเลเซียในการพัฒนาสินค้ายางพาราปาลม์น้ำมันอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราอุตสาหกรรมฮาลาล สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้นนักท่องเที่ยวมาเลเซียยังเดินทางไปท่องเที่ยวตามปกติแม้ค่าเงินริงกิตจะอ่อนค่าลงปัจจุบัน
สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคงนั้นยังคงติดตามการแก้ปัญหาบุคคลสองสัญชาติ ความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองด้านความมั่นคง การดูแลนักเรียนนักศึกษาไทย โดยสถานเอกอัครราชทูตได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ดำรงธรรมโดยให้บริการตลอด24ชั่วโมงรวมทั้งดูแลคนไทยที่กระทำความผิดที่มาเลเซียด้วย
ทั้งนี้ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้รายงานถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพสองประเทศว่าเพื่อส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงในภูมิภาคและเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาความรุนแรงในภายใต้และการช่วยดูแลนักเรียนนักศึกษาของไทยที่เข้ามาศึกษาในมาเลเซีย
โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณทีมประเทศไทยและชี้แจงถึงการทำงานของรัฐบาลว่า วันนี้เข้ามาทำหน้าที่เพื่อให้ประเทศชาติมีเสถียรภาพตามแนวคิด“มั่นคง มั่นคั่งและยั่งยืน”ซึ่งความมั่นคงถือเป็นต้นทางของการสร้างความเจริญเติบโตต่างๆ ขณะเดียวกันรัฐและประชาชนทุกระดับต้องมีความเข้มแข็งเพื่อให้สามารถเติบโตไปด้วยกัน คือประชารัฐเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศก็แก้ปัญหาเร่งด่วนที่คั่งค้างอาทิ ปัญหาประมง ปัญหาการบิน ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปฏิรูปโครงสร้างและเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลเน้นส่งเสริมศักยภาพไทยมีมีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ อาทิ อาหาร พลังงาน การท่องเที่ยว ด้านสุขภาพไทยจะต้องสร้างความเข้มแข็งโดยเฉพาะภาคการเกษตรของไทยโดยใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งการส่งเสริมศักยภาพเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไทยในภูมิภาค
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการทำงานอย่างเป็นบูรณาการ โดยขอให้ทีมประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเศรษฐกิจมั่นคงหรือข้ารราชการการทูตจะต้องรู้ข้อมูลรอบด้านเท่าเทียมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิ จสังคม การเมือง ความมั่นคงเพื่อให้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศนั้น ขอให้ไทยเป็นผู้นำร่วมภายใต้แนวคิดThailand +1ASEAN + ThailandและASEAN +ประชาคมโลกWorld Communityเชื่อมโยงกันในทุกระดับเวที ความร่วมมือทั้งเขตการค้าเสรีในทุกระดับอาทิเพื่อให้อาเซียนเข้มแข็งซึ่งไทยจะต้องพัฒนาความพร้อมมีกลไกสร้างพลวัตร ค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตนเองไป พร้อมกับการศึกษาประเทศคู่ค้าที่ความแตกต่างเพื่อสร้างสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด เพราะการพัฒนาต้องมีสองระดับทั้งการพัฒนาภายในประเทศและการพัฒนาการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องมีความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีเพราะประชาคมอาเซียน(ASEAN Community)เป็นทั้งโอกาสซึ่งไทยจะต้องให้ความสำคัญ
นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้แนวทางในการจัดการประชุมร่วมไทย-มาเลเซียเพื่อให้มีความคุ้นเคยและใกล้ชิดกันมายิ่งขึ้น รวมทั้งยังส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อแสวงหาโอกาสและลู่ทางการค้าการลงทุนระหว่างไทย-มาเลเซียมากยิ่งขึ้น สร้างเครือข่ายสร้างหุ้นส่วนการดึงดูดการค้าการลงทุนรัฐบาลได้สนับสนุนสิทธิประโยชน์การลงทุนBOIทั้งลักษณะกลุ่มอุตสาหกรรมcluster super clusterทั้งพื้นที่ทั่วไปและในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อประโยชน์ของประเทศและชุมชนในพื้นที่ รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทั้งเงินทุนและนวัตกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสินค้าOTOPเพราะเศรษฐกิจต้องเริ่มจากชุมชน
ด้านการศึกษาขอให้ช่วยดูแลนักเรียนไทยในมาเลเซียพร้อมดูแลการหางานหลังจบการศึกษา สำำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคงไทยและมาเลเซียยืนยันความร่วมมือทั้งการแก้ไขบุคคลสองสัญชาติ รวมทั้งมาตรการแก้ปัญหาการการสัญจรการจัดระเบียบการวิ่งรถข้ามแดนยืนยันการเจรจาเพื่อสันติสุขเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงภาคใต้ ยุทธศาตร์และการปฏิบัติซึ่งจะต้องทำควบคู่กับการให้ความรู้ข้อมูลแก่ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ด้วยซึ่งจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรียืนยันว่า ทุกประเทศต้องเป็นประชาธิปไตย รวมทั้งไทยแต่จะต้องดูความเหมาะสมและบริบทภายในของแต่ละประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งรัฐบาลได้เดินตามกรอบ Roadmap เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งอย่างแน่นอน





