วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ราเมศ'อัดซ้ำ'วัฒนา'ปมจำนำข้าว ยก4ข้อกม.โต้กลับ

"ราเมศ" อัดซ้ำ "วัฒนา" ปมจำนำข้าว ยก4ข้อ กม.โต้ยิบ เชื่อพท.ไม่หวังผลทางคดี แต่หวังพลิกเกมดึงมวลชนให้คล้อยตาม

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข ระบุว่าประเด็นข้อกฎหมายเรื่องการเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่าไม่ได้ถามนายราเมศหรือถามใครในพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่มีหน้าที่ แต่ได้สอบถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีและบอกว่าให้ตนเป็นราชบัณฑิตทางกฎหมายก่อนแล้วจะสอบถามว่า เป็นการออกอาการจนมุมของนายวัฒนา ที่เมื่อเอาความจริงมาพูดก็ไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ เรื่องข้อกฎหมายในเรื่องโครงการรับจำนำข้าวไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อนประชาชนทั่วไปก็รู้ว่าเป็นเช่นไร ไม่จำเป็นต้องเป็นถึงราชบัณฑิตทางกฎหมาย ที่สำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติที่ทุกคนต้องรับรู้และช่วยกันอธิบาย เพราะเมื่อมีการบิดเบือนทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก็ต้องช่วยกันชี้แจงให้สังคมได้รับรู้ถึงความจริง

นายราเมศ. กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นราชบัณฑิตทางกฏหมายแต่เป็นลูกชาวบ้านธรรมดาที่ได้เล่าเรียนจบกฎหมายมาเป็นเนติบัณฑิตไทย แต่ตนไม่เคยใช้เกียรติของความเป็นเนติบัณฑิตไทยไปในทางที่ผิด ช่วยเหลือผู้กระทำผิดที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่ต้องอธิบายเพิ่มเติมให้กับประชาชนได้เข้าใจในประเด็นหลักๆ คือ 1.กรณีเรียกค่าเสียหายจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนยันว่ารัฐบาลสามารถทำได้ตามหลักกฏหมาย การที่จะอ้างหลากหลายเหตุผลว่าเป็นนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาจึงอยู่นอกเหนือกฎหมายนั้น ก็ฟังไม่ขึ้นเพราะนโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาลอยู่ภายใต้กฎหมายและความถูกต้อง จะอ้างเพื่อเป็นข้อยกเว้นให้มีการทุจริตไม่ได้ 

 2.การออกคำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกค่าเสียหายจากนางสาวยิ่งลักษณ์สามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ในชั้นคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง เมื่อคณะกรรมการชุดนี้ได้พิจารณาเสร็จแล้วก็จะนำมาสู่การออกคำสั่งทางปกครองว่าจะให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าใด หากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่พึงพอใจกับคำสั่งนี้ ก็สามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งนางสาวยิ่งลักษณ์ก็สามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ซึ่งจะเห็นว่าเรื่องทั้งหมดก็จะไปจบที่ศาลทุกขั้นตอนสามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ 

3.ในเรื่องการใช้คำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกให้เจ้าหน้าที่รับชดใช้ค่าเสียหายไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้นกับกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ แต่จากข้อมูลทางราชการจะเห็นว่ามีการออกคำสั่งเรียกค่าเสียหายมาแล้วกว่า 5000 เรื่อง ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ก็เคยออกคำสั่งทางปกครองลักษณะนี้มา 500 กว่าเรื่อง เช่นคำสั่งกรมควบคุมมลพิษที่ 118 / 2557 กรณีออกคำสั่งทางปกครองให้บุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐรวมทั้งรัฐมนตรีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีความรับผิดในทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกรณีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน

4.การที่แกนนำพรรคเพื่อไทยรวมถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ออกมาโต้แย้งด้วยหลากหลายเหตุผลนั้นสามารถหยิบยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลปกครองได้ทุกประเด็นศาลปกครองใช้ระบบการไต่สวนคือเปิดโอกาสให้มีการเสนอพยานหลักฐานทุกชนิดได้ 

 “การออกมาสื่อสารของแกนนำพรรคเพื่อไทยเขาไม่ได้หวังผลในทางคดีแต่เป็นการสื่อสารเพื่อพลิกเกมดึงมวลชนให้คล้อยตามว่าตนถูกรังแกจากการกระทำของรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติที่สำคัญเกมนี้จะเริ่มในประเทศแต่ก็จะมียุทธศาสตร์ต่อไปโดยการสื่อสารให้ต่างประเทศเกิดความเข้าใจผิดว่าเรื่องนี้เป็นการกลั่นแกล้งกันในทางการเมือง รัฐบาลต้องตั้งหลักอธิบายชี้แจงให้สังคมเข้าใจได้โดยง่ายไม่เช่นนั้นเรื่องการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวก็จะถูกดึงเกมไปเป็นเรื่องการกันแกล้งกันในทางการเมือง” นายราเมศ กล่าว