วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมช.ยันกลุ่มเห็นต่างรัฐใน 3 จ.ชายแดนใต้ ไม่เอี่ยวก่อการร้าย

เลขาฯสมช. เผย"ประวิตร"สั่งการเฝ้าระวังเหตุการณ์ในพื้นที่ชุมชน และสถานที่สาธารณะสำคัญในกรุงเทพฯ

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แถลงถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของประเทศไทย ภายหลังเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ประเทศฝรั่งเศส ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยและได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนหน่วยข่าวให้ติดตามสถานการณ์และข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามขอให้เชื่อมั่นว่าไทยมีความพร้อม หากเกิดเหตุในลักษณะที่เกิดขึ้นกับฝรั่งเศส โดยที่ผ่านมาหน่วยงานทหารและตำรวจ ได้มีการฝึกซ้อมร่วมกันเข้มข้นขึ้นทุกปี เพื่อให้เกิดความมั่นใจหากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายก็สามารถต่อต้านสิ่งเหล่านั้นได้ 

พล.อ. ทวีป กล่าวว่า ในส่วนการเฝ้าระวังพื้นที่สำคัญๆในกรุงเทพ จะเน้นพื้นที่ชุมชนและสาธารณะ อย่างห้างสรรพสินค้า แต่ขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกกังวล เนื่องจากขณะนี้ทางการข่าวยังไม่มีสิ่งไหนบ่งชี้ว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่เราก็จะไม่ประมาท นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ จึงจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในด้านการข่าว เพื่อสร้างบรรยากาศความปลอดภัยและไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคงต่อประเทศให้กับประเทศไทย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในขณะนี้สมช.ได้รับรายงานหรือไม่ว่า กลุ่มไอเอสจะเข้ามาก่อตั้งตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พล.อ.ทวีป กล่าวว่า สมช. ได้ติดตามรายงานเรื่องนี้ ขอยืนยันว่ากลุ่มก่อการร้ายที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นกลุ่มหลัก ได้แก่ อัลไกด้า อาบูไซยาฟ และเจยาอิสลามิยะห์ ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวได้รับการสนับสนุนน้อยลง หรือมีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกน้อยลงทำให้กลุ่มเหล่านี้ มีความพยายามแสวงหาสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้มีผู้เข้าร่วมเป็นพรรคพวกมากขึ้น โดยวิธีการหนึ่งที่กลุ่มก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้โดยการอ้างอิงถึงกลุ่มไอเอส เนื่องจากไอเอสมีบทบาทมากในตอนนี้

"จากการติดตามความเคลื่อนไหว กลุ่มก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีความคิดที่แตกแยกกันอยู่ ว่าจะสมัครเป็นสาขาหนึ่งของไอเอสหรือว่าจะยังคงกลุ่มเดิมอยู่ ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องรอดูว่ากลุ่มก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสวามิภักดิ์กับกลุ่มไอเอสได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวคิดว่า กลุ่มไอเอสไม่ได้ให้การสนับสนุนอะไรกับกลุ่มก่อการร้ายในเอเชียตะวันอกเฉียงใต้มากนัก" พล.อ.ทวีป กล่าว 

เมื่อถามว่า ประเทศไทยจะร่วมมือกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ในการเฝ้าระวังเหตุการณ์การก่อการร้ายในภูมิภาคอย่างไร พล.อ.ทวีป กล่าวว่า ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ที่ปารีส หน่วยงานความมั่นคงและการทหารได้มีการประสานงานในภูมิภาคอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา และติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคแต่ละกลุ่ม ทั้งในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่ก็เป็นเรื่องที่ไทยประมาทไม่ได้ หากได้รับแจ้งว่ามีบุคคลในกลุ่มก่อการร้ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินทางเข้าออกประเทศเรา ก็ต้องประสานขอรับข่าวสาร ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ขณะนี้ ไม่มีกลุ่มก่อการร้ายใดเคลื่อนไหวในประเทศไทย ทราบเพียงว่า มีการเคลื่อนไหวในประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆประเทศ  

เมื่อถามต่อว่า มีการเฝ้าระวังเหตุการณ์การก่อการร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร พล.อ.ทวีป กล่าวว่า ขณะนี้เราติดตามดูกลุ่มเห็นต่างจากรัฐใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอยืนยันว่าเวลานี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่า กลุ่มนี้จะเข้าร่วมหรือเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลุ่มไอเอส เนื่องจากกลุ่มเห็นต่างจากรัฐมีอุดมการณ์ที่ต่างไปจากกลุ่มไอเอสอย่างชัดเจน

"ล่าสุด คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สล.คปต.) ที่มี พลเอกประวิตร เป็นประธานเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ได้มีแนวทางสนับสนุนให้เกิดการพูดคุยให้ได้มากที่สุดเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนกว่าวิธีการอื่นๆ โดยระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ" พลเอกทวีปกล่าว 

เมื่อถามว่า ได้มีการตรวจตราหากเกิดกรณีที่กลุ่มไอเอสกระจายข้อมูลข่าวสารในโลกไซเบอร์อย่างไร พล.อ.ทวีป กล่าวว่า ในเรื่องมีหน่วยงานดูแลสอดส่องอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มีการใช้ไซเบอร์เสร้างมวลชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ไซเบอร์เป็นโลกที่เปิดและทุกคนสามารถเข้าถึงได้หมด เป็นธรรมดาที่จะใช้สื่อทุกรูปแบบทุกวิถีทางดึงให้คนเข้าร่วมขบวนการ 

เมื่ออีกว่า มีการติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มอุยกูร์ในประเทศไทยด้วยหรือไม่ พล.อ.ทวีป กล่าวว่า ทุกเรื่องที่เคยเกิดเป็นประเด็นขึ้นมา เราจะไม่ประมาทในสิ่งเหล่านั้น และจะต้องติดตามดูพฤติกรรม ส่วนกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวอุยกูร์ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของทางการไทย เดิมมีจำนวน 98 คน ในจำนวนดังกล่าวมีผู้หญิงและเด็ก 43 คน โดยได้ส่งไปยังประเทศที่สามเรียบร้อยแล้ว โดย ขณะนี้ มีชาวอูยกูร์ภายใต้การดูแลที่เหลืออีก 55 คน เป็นชายล้วน อยู่ภายใต้กระบวนการพิจารณา ซึ่งทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ได้เข้ามาร่วมดำเนินการด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ไทยตรวจสอบสัญชาติ และประวัติอาชญากรรม หากพบว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายใดๆของจีน ก็จะออกเอกสาร โดยยูเอ็นเอชซีอาร์จะช่วยดำเนินการส่งไปประเทศที่3 โดยสมัครใจ หรือหากประเทศตุรกีรับเป็นประเทศที่สาม ก็สามารถส่งได้