เพื่อไทยย้ำอุทยานราชภักดำเนินการในนามกองทัพบกด้วยเงินบริจาค แต่เป็นโครงการที่อนุมัติโดยครม. รัฐบาลจะอ้างไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลมิได้
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงปัญหาการสร้างอุทยานราชภักดิ์ ว่า“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของกองทัพบก รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง การจัดสร้างดังกล่าวไม่ได้ใช้เงินงบประมาณของรัฐบาล แต่ใช้เงินบริจาคของประชาชนนั้น พรรคเพื่อไทย ขอเรียนชี้แจงว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์ แม้จะอ้างว่า ดำเนินการในนามกองทัพบกด้วยเงินบริจาคก็ตาม แต่เป็นโครงการที่อนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี รัฐบาลจะอ้างว่ามิใช่เรื่องของรัฐบาลมิได้ ด้วยเหตุผลดังนี้
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า1.คณะรัฐมนตรี(ครม.)มอบหมายให้กองทัพบกเป็นเจ้าของโครงการ กองทัพบกเป็นหน่วยงานของรัฐ และดำเนินก่อสร้างบนที่ดินของกองทัพบกอันเป็นที่ดินของทางราชการ การรับบริจาคดำเนินการในนามของกองทัพบกโดยกองกิจการพลเรือนทหารบกใช้ชื่อบัญชีที่รับบริจาค ว่า“กองทุนสวัสดิการกองทัพบก”ผู้บริจาคส่วนหนึ่งเป็นส่วนราชการและยังสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ เงินภาษีที่ถูกหักลดหย่อนคือเงินได้ของแผ่นดิน เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นในโครงการดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐบาล จะปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า2.ผู้ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเป็นบุคคลในกองทัพคือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กินเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชน การที่พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ได้ออกมายอมรับว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จริง แต่มีการนำเงินไปบริจาคแล้ว แสดงว่ามีการกระทำผิดทางอาญาเกิดขึ้นแล้วในขณะมีการกระทำผิด ผู้รับผิดชอบโครงการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เลขาธิการ คสช. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นอกจากนี้กองทัพบกอันเป็นสถานที่ราชการยังถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินโครงการติดต่อเจรจา จึงเป็นราชการของกองทัพซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาล ยิ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงมิได้อนึ่ง มูลนิธิราชภักดิ์ นั้น นายทะเบียนเพิ่งรับจดทะเบียนเป็นมูลนิธิเมื่อวันที่16กันยายน2558เลขทะเบียนลำดับที่ กท2585 (ราชกิจจานุเบกษาเล่มที่132ตอนที่121ง ลงวันที่12พฤศจิกายน2558)ความพยายามที่จะอ้างว่าเป็นเรื่องของมูลนิธิ จึงอาจเป็นเรื่องที่เห็นได้ว่าเป็นการหลบเลี่ยงความรับผิดชอบและกฎระเบียบของทางราชการทั้งๆที่ผู้รับผิดชอบมูลนิธิก็คือข้าราชการในกองทัพนั่นเอง
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า 3.พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่า ไม่ได้ฉกฉวยเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ได้เข้ามารับผิดชอบ เพราะนอกจากจะเป็นโครงการที่สำคัญ กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนคนไทยที่จงรักภักดี เนื่องจากเป็นโครงการเพื่อเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยามอันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยแล้ว
ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการยังเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นในนโยบายการปราบปรามการทุจริตที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายสำคัญอีกด้วยพรรคเพื่อไทยจึงเรียกร้องให้รัฐบาลได้เข้ามารับผิดชอบดำเนินการเรื่องนี้อย่างเปิดเผย จริงจัง รวมทั้งการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ขอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไปตามนโยบายการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาลต่อไป





