"มีชัย"แนะเกี่ยวกับการทำข้อบังคับพรรคการเมือง เรื่องไม่เอานายกฯคนนอก ให้เขียนเสนอชื่อนายกฯ เฉพาะคนที่เป็นสมาชิกพรรคได้
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงต่อสื่อมวลชนก่อนประชุมตามวาระของกรธ.ปกติ ถึงความเห็นของนักการเมืองต่อระบบที่มานายกฯ ซึ่งกรธ.มีแนวคิดใหม่ให้พรรคการเมืองเสนอชื่อรายชื่อผู้ที่พรรคสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ให้ประชาชนรับทราบช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า กรณีที่พรรคการเมืองเข้าใจว่า กรธ.คิดระบบดังกล่าวเพื่อต้องการเปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกฯได้ ถือเป็นความเข้าใจผิดจากข้อเท็จจริงอย่างรุนแรง เพราะในข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่ร่างรัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ การเสนอรายชื่อที่พรรคสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ต้องมาจากการประชุมของพรรคการเมืองที่เลือกบุคคลที่เหมาะสม และคิดว่าประชาชนชื่นชอบ
จากนั้นพรรคต้องลงมติรับรอง ส่วนรายละเอียดว่ารายชื่อของบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนจะเป็นส.ส.หรือเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่ต้องไปกำหนดรายละเอียดไว้ในข้อบังคับของพรรคการเมือง ทั้งนี้มีบางบุคคลระบุว่าให้กรธ. กำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนว่าพรรคการเมืองต้องไม่เสนอชื่อคนนอก แต่ตนมองว่าเป็นเรื่องที่กรธ.ไม่ควรก้าวก่าย และควรสงวนเรื่องดังกล่าวให้พรรคการเมืองได้คิดเอง
นายมีชัย กล่าวว่า อีกทั้งในระบบเลือกตั้งแบบใหม่ ที่ต้องใช้คะแนนนิยมของประชาชนทั้งประเทศเป็นตัวชี้วัดจำนวน ส.ส.ทั้ง 2 ประเภท คือ เขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ ดังนั้นมีโอกาสที่พรรคการเมืองใหญ่จะไม่มีส.ส.บัญชีรายชื่อ ในกรณีที่พรรคการเมืองนั้นได้จำนวนส.ส.ทีเกินกว่าคะแนนนิยมทั้งประเทศ เช่นพรรคการหนึ่ง ได้รับคะแนนนิยมทั้งประเทศ 49% แต่ผลการเลือกตั้งได้ส.ส.เขตได้51%จากส.ส.เขต 350 คน หรือ 175 คน ทำให้พรรคการเมืองนั้น จะไม่ได้รับส.ส.บัญชีรายชื่ออีก ดังนั้นหากกำหนดให้รายชื่อนายกฯว่าต้องเป็นส.ส.แล้วบุคคลนั้นไม่เป็นส.ส.จะทำอย่างไร ทั้งนี้อย่าลืมว่าขณะที่พรรคเสนอรายชื่อบุคคลที่สนับสนุนเป็นนายกฯ ยังไม่มีใครเป็นส.ส.
"หากจะให้แนะเกี่ยวกับการทำข้อบังคับพรรคการเมือง เรื่องไม่เอาคนนอก ก็เขียนไปว่าจะเสนอชื่อนายกฯ เฉพาะคนที่เป็นสมาชิกพรรคก็ได้ หรือกำหนดให้ชัดเจนว่าพรรคการเมืองนั้นจะไม่ร่วมและตั้งรัฐบาล กับพรรคใดที่เสนอบุคคลภายนอกเป็นนายกฯ หากกำหนด 2 อย่างนี้ ก็ไม่มีใครมาบังคับพรรคการเมืองได้ จะได้สิ้นกังวล เพราะพรรคการเมืองต้องกำหนดเอง โดยไม่เกี่ยวกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรัฐธรมนูญจะไม่เขียนรายละเอียดไว้ว่าต้องเลือกอย่างไร วิธีนี้จะเกิดประโยชน์ได้คือ ประชาชนรับรู้ว่าพรรคจะเสนอใครเป็นนายกฯ หากพรรคการเมืองกลัวไอ้โม่ง ขณะที่ประชาชนก็กลัวไอ้โม่ง ซึ่งไอ้โม่งอาจเป็นคนละคนกัน ดังนั้นประกาศให้รู้แต่ต้น ต่างคนต่างจะไม่ต้องกลัว และเป็นที่รู้กันว่าใครจะมา แล้วจะได้ตัดสินใจถูก"นายมีชัย กล่าว
ประธานกรธ. กล่าวเรียกร้องไปยังนักการเมือง ในฐานะผู้รับช่วงต่อการบริหารประเทศ ต่อการให้ความเห็นเรื่องแนวทางใหม่ของร่างรัฐธรรมนูญ ว่าให้พิจารณาให้รอบคอบและมองประโยชน์ของประชาชนและประเทศ หากเห็นว่ากลไกใดมีช่องโหว่ ขอให้บอก กรธ.ซึ่งพร้อมรับฟัง แต่หากจะค้านอย่างเดียว โดยไม่บอกว่าดีกว่านี้จะทำอย่างไร หรือไม่บอกเหตุผลที่ชัดเจน กรธ. ไม่สามารถปรับเนื้อหาได้ อย่างไรก็ตามการรับฟังความเห็นของกรธ.เพื่อนำรายละเอียดมาปรับให้ดีที่สุดสำหรับประเทศ
"ผมขอความกรุณาช่วยกันเถอะครับ อย่าค้านเพียงอย่างเดียว หรือโจมตี หรือด่าว่า เพราะว่านั่นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับการปฏิรูปประเทศ เพราะวาระขณะนี้เรากำลังปฏิรูปประเทศให้พ้นจากปัญหาที่มีอยู่ ซึ่งกรธ.พยายามสุดความสามารถ เพื่อหากลไกปฏิรูปให้พ้นจากปัญหาทั้งข้อกังขาต่อการเลือกตั้งส.ส.ที่มาจากความนิยมหรืออามิสสินจ้าง ประชาชนได้รับทราบทิศทางหรือแนวคิดของพรรคการเมืองเพียงพอหรือไม่ รวมถึงเสียงประชาชนที่สิ้นความศักดิ์สิทธิ์หลังจากหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้งแล้วหรือไม่ รวมไปถึงเมื่อสงสัยว่าการเลือกตั้งเกิดจากอามิสสินจ้างก็สงสัยว่าจะเกิดการทุจริตเพื่อเอาทุนคืน และหากำไรเพิ่ม ซึ่งปัญหาทั้งหมดนั้นเป็นข้อกังขาที่ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ และนำไปสู่การประท้วง ดังนั้นสิ่งที่กรรมการทำ คือหาทางแก้ไข มีคนถามว่าทำไมไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านๆ มาใช้ แต่ปัญหาที่มีอยู่เดิมนั้นก็มาจากกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา เมื่อต้นเหตุมาจากกฎเกณฑ์เหล่านั้นจึงไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวด้วยว่า ได้รับหนังสือจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เสนอความเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่กรธ.ได้ทำหนังสือขอความเห็นไปก่อนหน้านั้น โดยมีรายละเอียดคือ ทำรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ป้องกันการทุจริตให้ได้ ปฏิรูปบ้านเมืองให้ดีขึ้น และเนื้อหาควรต้องสั้น อย่ายาว ส่วนรายละเอียดอื่นๆที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เคยให้สัมภาษณ์ เช่น ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ(คปป.)นั้นถือเป็นความเห็น ขณะที่รายละเอียดนั้น กรธ.ยังไปไม่ถึง และยังไม่ได้คิดถึงกลไกหรือกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ส่วนตัวเชื่อว่าอาจมีกลไกที่ไม่เหมือนเรื่องดังกล่าวได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีประเด็นที่พรรคการเมืองไม่เข้าใจจะมีกระบวนการสร้างความเข้าใจไปยังพรรคการเมืองโดยตรงหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไร แต่ตนเข้าใจว่าพรรคการเมืองรับทราบ แต่ที่ไม่รู้ คือ ติดขัดอะไร เพราะสิ่งที่นักการเมืองพูดนั้นเป็นคนละเรื่องกับที่กรธ.พูด
เมื่อถามถึงการพิจารณานำผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งและที่มานายกฯ ที่เสียงประชาชนเห็นแย้งกับพรรคการเมือง นายมีชัย กล่าวว่า เบื้องต้นฟังเสียงของพรรคการเมืองก่อน แต่พรรคการเมืองยื่นคำขาดกับกรธ.ว่า ให้ฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นจึงต้องยึดแนวทางดังกล่าว และเมื่อกรธ. ต้องการทราบว่าประชาชนคิดอย่างไร มีวิธีเดียวคือทำโพล และเมื่อผลออกมาเป็นเช่นไร เชื่อว่าพรรคการเมืองจะให้การยอมรับ
เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้มีบางพรรคการเมืองระบุว่าหากทำร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามข้อเสนอของพรรคการเมืองอาจเกิดความเคลื่อนไหวคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในชั้นทำประชามติ นายมีชัย กล่าวว่า "นี่ผมเพิ่งถูกข่มขู่ ที่พรรคการเมืองจะรณรงค์คว่ำ ก็สุดแต่เขา เราก็คิดว่าบ้านเมืองก็เป็นของพรรคการเมืองด้วย และเราก็เปิดรับฟังเขาอยู่แล้ว หากมีเหตุผลอะไรก็ฟัง"





