ผบ.ตร.ระบุเข้มงวด ตรวจสแกนคนเข้า-ออกประเทศ ป้องเหตุร้ายซ้ำปารีส ยันสถานการณ์ยังปกติ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรียกประชุมเตรียมความพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับกองบัญชาการ (บช.) ทั่วประเทศ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการเรียกหน่วยปฏิบัติการพิเศษของทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ อาทิ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) บก.น. 1-9 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) รวมทั้งหน่วยนเรศวร 261 หน่วยสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หน่วยคอมมานโดจากกองบังคับการปราบปราม และหน่วยอรินทราช 26 ทั้งนี้ เพื่อทบทวนและตรวจสอบการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุร้ายในรูปแบบพิเศษ ซึ่งในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเป็น รอง ผบ.ตร. ก็ได้ให้ความสำคัญกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ มีการฝึกหลักสูตรสวาทแอดว้านซ์ เพื่อให้มีศักยภาพมากกว่าหน่วยอื่นๆในการปฏิบัติการพิเศษต่างๆ
“การเรียกประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการสานต่อสิ่งที่เคยทำไว้ เพื่อทบทวนหลักสูตร และตรวจสอบศักยภาพของกำลังพล ซึ่งหลังจากนี้จะมีการฝึกทบทวนสร้างความพร้อมของกำลังพลที่ค่ายนเรศวร โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ทั้งหมด 3 วัน เพื่อให้เกิดความพร้อมในการปฏฺบัติภารกิจพิเศษต่างๆ เช่น การช่วยเหลือตัวประกัน การปิดล้อมตรวจค้น และปราบปรามขบวนการยาเสพติด รวมทั้งเหตุการณ์ที่มีความซับซ้อนอื่นๆ โดยจะฝึกหน่วยเหล่านี้มีศักยภาพเทียบเท่าหน่วยอรินทราช 26 และหน่วยนเรศวร 261 หรือพลร่ม ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตำรวจไทยมีขีดความสามารถพอที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สร้างความเชื่อมั่นให้ชาวต่างชาติต่อไป” ผบ.ตร. ระบุ
นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่า สำหรับในส่วนของประเทศไทยที่ผ่านมาได้มีหน่วยข่าวกรองของทั้งรัฐบาลและของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสทางการไทยก็เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องความปลอดภัยเพื่อดูแลประชาชนเช่นกัน แต่ยื่นยันว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร และบ้านเราไม่มีกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม หรือไอเอส แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการดูแลความปลอดภัยทั้งประเทศอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เราต้องดูแลทั้งหมดในภาพรวมแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางตำรวจเป็นห่วงจุดไหนเป็นพิเศษหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นห่วงทุกจุด โดยเฉพาะจุดที่มีชาวต่างชาติและพี่น้องคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมก็จะต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งมีสถานทูตหลายประเทศที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งหากทางสถานทูตมีการขอกำลังตำรวจไปดูแลก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนสถานทูตประเทศอาหรับ ก็ดูแลปกติ แต่หากขอมาก็จะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเข้าไปเช่นเดียวกัน แต่ขณะนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเฝ้าดูแลอยู่แล้ว โดยมีการประสานกับตำรวจนครบาลในพื้นที่อยู่ตลอดเวลา
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสเราก็ได้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยบุคคลสำคัญ สถานที่สำคัญ รวมถึงประชาชนในช่วงนี้เป็นพิเศษ และจะมีการประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ ขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลว่าจะมีการเรียกประชุมหรือไม่ โดยในวันนี้(16 พ.ย.)จะมีการประชุมหน่วยงานความมั่นคงในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ของโลกขณะนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะเข้าร่วมประชุมด้วย
ด้าน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการเพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานกับทหารและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการบูรณาการกำลังออกตรวจสถานที่ ชุมชน และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเฝ้าระวังในเรื่องความปลอดภัย ขณะเดียวกันทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศ ทั้งช่องทางปกติและช่องทางธรรมชาติ ตลอดจนสืบสวนหาข่าวเชิงรุก รักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญๆ เพิ่มความถี่ของตำรวจสายตรวจ และเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดีย โดยกำชับว่าทุกหน่วยต้องปฏิบัติงานอย่างเต็มที่และสมบูรณ์ที่สุด นอกจากนี้ก็ขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังสังเกตสิ่งผิดปกติ โดยขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ยอมรับว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าให้ทุกประเทศเฝ้าระวังภัยก่อการร้าย แต่ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทางสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง




