วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ความสมดุล..ที่ตรงไหน?'

การทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของ“กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)นำโดย มีชัย ฤชุพันธุ์” ผ่านมา 43 วันแล้ว

'ความสมดุล..ที่ตรงไหน?'

โดยบทบัญญัติแต่ละมาตราและในหมวด หรือในหัวข้อที่สำคัญๆ ได้ก้าวมาถึงจุดไฮไลต์แล้วเช่นกัน

นั่นคือ การเขียนเนื้อหาเพื่อวางโครงสร้างทางการเมืองใหม่ เพื่อตอบโจทย์ 10 + 5 ประการที่ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ตั้งเป้าหมาย และความสมบูรณ์ของกติกาที่ต้องยึดความเสมอภาค

ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา “กรธ.” ตั้งใจโยนหิน ปม “ระบบเลือกตั้งใหม่ - จัดสรรปันส่วนผสม ที่หัวใจคือให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมายต่อการกำหนดตัวส.ส.” และ “ที่มาของนายกฯ แม้จะคงรูปแบบให้นายกฯถูกโหวตเลือกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่สร้างเงื่อนไขใหม่ คือ พรรคการเมืองต้องยื่นรายชื่อผู้ที่พรรคสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อกกต.” เพื่อให้ร่วมถกเถียง และช่วยขบคิดจุดบอดที่อาจเกิดในกระบวนการปฏิบัติ

ความตั้งใจที่ “มีชัย” ยอมเปิดเผยรายละเอียด ถึงขั้นยอมเสียเวลาการประชุม 5 ครั้งๆ ละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อตอบคำถามผู้สื่อข่าว คือ ต้องการชี้แจงรายละเอียดตรงสู่สังคม เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน อีกส่วนคือเพื่อตอบทุกข้อสังสัยของบรรดานักเลือกตั้ง ที่ยังตั้งแง่ต่อแนวคิดระบบใหม่

สำหรับเป้าหมายที่แท้จริง คือ หามุมมองความเห็น เพื่อสร้างจุดสมดุลแห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใหม่

วิธีหาจุดสมดุลแรก คือ ความคิด และความเห็นของนักการเมือง –นักเลือกตั้ง ที่ คณะทำงานฝ่ายสนับสนุน กรธ. จะมอนิเตอร์ ผ่าน หนังสือพิมพ์ – บทความ – เวทีสื่อสารออนไลน์ ต่อประเด็นที่ กรธ.ตั้งใจโยนประเด็นให้วิจารณ์-ถกเถียง

ขณะที่ วิธีการได้มาซึ่งจุดสมดุลที่สอง คือ การสำรวจความต้องการและความเห็นของประชาชน ต่อรายละเอียดในระบบใหม่ ผ่านช่องทางรับฟังความเห็น และ ผ่านศูนย์สำรวจความคิดเห็น อย่างน้อย 2 สำนัก คือ“นิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์” และ “สวนดุสิตโพล์ ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต”

ทั้งนี้ “ชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. ฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน” ยอมรับว่าศูนย์สำรวจความคิดเห็นหลักที่ใช้ คือ “นิด้าโพล” เพราะมีความพร้อมและไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจ้างวาน ขณะที่ประเด็นซึ่งนำไปถามความเห็นประชาชน จะถูกส่งไปจาก อนุกรรมการฯ โดยตรง

โดยล่าสุดนั้น “นิด้าโพล” มีผลสำรวจความเห็นต่อระบบการเลือกตั้งใหม่ แนวโน้มความเห็นข้างมาก พบว่า ต้องการให้ทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนไปเลือกตั้งต้องถูกนำไปคำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ส. คิดเป็นร้อยละ 69.68 และต่อประเด็นใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เสียงข้างมากร้อยละ 80.56 เห็นด้วยเพราะง่ายและสะดวก

ทางด้าน “ดุสิตโพล” ต่อเรื่องที่มานายกฯ เสียงข้างมากไม่ติดใจเรื่อง นายกฯ จะเป็นส.ส.หรือไม่ ขอเพียงเป็นคนดี ซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม

แต่ผลสำรวจความเห็นของประชาชนนั้น ดูเหมือนจะขัดกับบรรดานักเลือกตั้งที่ต้องการให้ ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม และ ต้องการให้ระบบประชาธิปไตยที่เคารพเสียงของประชาชนที่ตัดสินใจเลือกผู้แทนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง และผู้ที่สภาฯ จะโหวตให้เป็นนายกฯ ต้องมีตำแหน่ง ส.ส.

ดังนั้นจุดสมดุลที่ “กรธ.” กำลังคิด มีทั้งความง่ายและยากในที เพราะหากจะง่ายสุด คือ เขียนตามใจเสียงข้างมาก แต่ที่ยากคือ จะทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ขัดใจนักเลือกตั้งที่สังคมไทยยอมรับว่าเป็นบุคคลที่มีบารมีได้อย่างไร?