3 ตำรวจกองปราบฯที่ถูกลาออก รออนุมัติ 1-2 วันนี้ เผยทบ.ตั้งกรรมการสอบ"อุทยานราชภักดิ์"ทุกขั้นตอน ให้"พล.อ.วีรัณ"เป็นประธาน
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง ความผิดตาม ม.112 อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และสรุปสำนวนคดีที่เหลืออีก 15 คดี ทั้งนี้ในส่วนสำนวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงที่ได้ดำเนินการส่งไปจำนวน 1 สำนวนนั้น อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของกองคดี ซึ่งตามขั้นตอนหากกองคดีพิจารณาแล้ว ก็จะส่งเรื่องของทางคณะกรรมการคดีหมิ่นเบื้องสูง ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าสำนวนคดีที่ส่งไปนั้นเป็นสำนวนของเลขคดีที่ 96/2558 ตามประจำวัน ข้อ 4 เวลา 17.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2558 โดยผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ส่วนผู้ต้องหา คือ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท เลขาคนสนิทหมอหยอง ข้อหา "ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ฯ สถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 99 หมู่ 17 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พฤติการณ์ คือ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2558 และวันที่ 3 กันยายน 2558 ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันแอบอ้างเป็นผู้แทนพระองค์ นำการ์ดขอบคุณไปมอบให้กับบริษัทเอกชน
รายงานข่าวระบุอีกว่า ในส่วนกรณี พ.ต.อ.ศิวพงษ์ พัฒน์พงศ์พานิช รองผู้บังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) และ พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.2 บก.ป.) พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รอง ผกก.2 บก.ป. ซึ่งเป็น 3 ใน 8 นายตำรวจที่ถูกย้ายไปช่วยราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปก.บชก.) ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่านายตำรวจทั้ง 3 นาย นี้สมัครใจลาออกจากราชการตำรวจ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเสนอเรื่องต่อผู้บังคับบัญชานั้นตามลำดับชั้น ก่อนเสนอให้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.พิจารณาอนุมัติ ภายใน1-2 วันนี้
รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ในส่วนของความชัดเจนว่าจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ตามแนวทางการสืบสวนและสอบถามนายตำรวจยศ พ.ต.อ. ทั้ง 2 นาย พบว่า รู้จักกับ พ.ต.ต.ปรากรม ผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ความผิดตาม ม.112 ที่เสียชีวิตแล้วขณะคุมขังที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 แต่ไม่ได้มีพฤติการณ์ชัดเจนเหมือนกับพ.ต.ต.ปรากรม เพียงแต่อาจรับทราบถึงพฤติกรรมดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งขณะนี้นายตำรวจทั้ง 8 นาย สังกัด บช.ก. ที่มีคำสั่งโยกย้ายไปปฏิบัติงานที่ ศปก.บช.ก. ก็ยังไม่พบการกระทำความผิดในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง อย่างไรก็ตามในส่วนนี้ฝ่ายสืบสวนได้เสนอรายละเอียดให้ฝ่ายสอบสวน ที่มี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.รองผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน พิจารณาว่าจะมีการดำเนินการทางวินัยหรือไม่ต่อไป
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ มีรายงานว่า ทาง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ โดยมี เจ้ากรมกำลังพล เป็น เลขา เจ้ากรมฝ่ายเสธ.กองทัพบก เป็นกรรมการในการตรวจสอบ สำหรับประเด็นในการตรวจสอบนั้น จะเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการจัดสร้าง อาทิ การคัดเลือกโรงหล่อ เงินบริจาค การปรับภูมิทัศน์ การจัดงาน “ไบค์ ฟอร์ ราชภักดิ์ แอนด์ คอนเสิร์ต”เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาด้วย โดยเฉพาะเรื่องจำหน่ายโต๊ะจีนที่มีราคาสูงมาก กิจกรรมปลูกต้นไม้ในบริเวณอุทยานราชภักดิ์ ทั้งนี้การตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส คาดว่าจะใช้ระยะเวลาภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนส่งผลการตรวจสอบให้กับ พล.อ.ธีรชัย ในวันพุธ ที่ 18 พ.ย.นี้
มีรายงานแจ้งอีกว่า นอกจากประเด็นในขั้นต้นแล้ว จะมีการตรวจสอบในประเด็นการดำเนินการจัดสร้างเหรียญที่ระลึกการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ และของที่ระลึก รวมทั้งพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพากษัตริย์แห่งสยามทั้ง 7 พระองค์ ประดิษฐานบนแท่นฐานจำลอง ขนาดความสูง 5 นิ้ว ด้วยชนิดเนื้อสัมฤทธิ์นอก เพื่อใช้สำหรับมอบให้ผู้ที่บริจาคสมทบทุนเช่นกัน
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 132 ตอนที่ 121ง ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 เผยแพร่คำประกาศนายทะเบียนมูลนิธิ กรุงเทพมหานคร เรื่องจดทะเบียนจัดตั้ง"มูลนิธิราชภักดิ์" ซึ่งนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิเลขทะเบียนลำดับที่ กท 2585 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 ซึ่งมี พ.อ. ศักดิ์ศิริ เกาะสูงเนิน ผู้รับมอบอำนาจ ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิราชภักดิ์ ต่อนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่ที่ เลขที่ 326/2 ถนนอำนวยสงคราม แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต โดยมีทรัพย์สินของมูลนิธิมีทุนเริ่มแรก คือ เงินสด จำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) มีคณะกรรมการดำเนินงานประกอบไปด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ประธานกรรมการ ,พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองประธานกรรมการ ,พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร กรรมการ ,พล.ท.สุทัศน์ จารุมณี กรรมการ ,พ.อ.ชูชาติ สุกใส กรรมการและเหรัญญิก, และ พ.อ.สุชาติ พรมใหม่ กรรมการและเลขานุการ





