วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซิโก้'เชียร์ไต้หวันตัดแต้มอิรัก พาช้างศึกเฮบอลโลก

“ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เผยแอบลุ้นไต้หวัน พลิกเปิดบ้านตัดแต้มอิรัก ในการเจอกันวันที่ 17 พ.ย.นี้

 ช่วยพา “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลอยลำคว้าตั๋วเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลกทันที แต่หากไม่สำเร็จ ก็ต้องมาชิงดำกันในเกมต่อไป ที่ไทยจะบุกไปเตะที่กรุงเตหะราน วันที่ 24 มี.ค.ปีหน้า ที่แม้จะเป็นงานหนัก แต่ก็มั่นใจนักเตะสยามจะมีแต้มกลับมาแน่นอน

ความเคลื่อนไหวของ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลไทย ที่สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในการลงเตะฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่่ผ่านมา เปิดราชมังคลากีฬาสถาน เอาชนะ ไต้หวัน 4-2 ทำแต้มนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม เอฟ มี 13 คะแนน จาก 5 นัด นำหน้าทีมรองจ่าฝูงคือ อิรัก ที่เป็นทีมเดียวที่มีสิทธิ์แย่งแชมป์สายจากทีมไทย ถึง 5 แต้ม โดยทีมไทยเหลือการเตะอีก 1 นัด ที่จะบุกพบอิรัก วันที่ 24 มี.ค.ปีหน้า ขณะที่อิรักเหลือการเตะอีก 3 นัด โดยนอกจากการพบกับทีมไทยแล้ว เกมนัดต่อไปจะพบกับไต้หวัน ในวันที่ 17 พ.ย. และลงเตะเกมรอบคัดเลือกนัดสุดท้ายพบเวียดนาม วันที่ 29 มี.ค.ปีหน้า

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ของทีมช้างศึก กล่าวว่า จากสถานการณ์ของทีมชาติไทยถึงตอนนี้มีโอกาสที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 3 หรือ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย ค่อนข้างสูงทีเดียว พร้อมกับแอบลุ้นไต้หวัน ให้ไม่แพ้อิรัก ในการเล่นรอบคัดเลือกนัดต่อไป ซึ่งหากผลเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้ทีมชาติไทยได้ผ่านเข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่มเอฟ ทันที แต่หากไม่สำเร็จ ก็เท่ากับว่าการพบกันระหว่างไทยกับอิรัก ซึ่งจะมีขึ้นที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน จะกลายเป็นนัดชิงดำสำหรับการคว้าแชมป์กลุ่มนี้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะเป็นงานที่หนัก แต่ก็ยังมั่นใจว่า ทีมไทยน่าจะบุกไปเก็บแต้มได้ เพราะเป้าหมายของเราที่ตั้งไว้สำหรับเกมต่อไป คือชัยชนะอย่างเด็ดขาดด้วยซ้ำ

“ส่วนภารกิจต่อไปของการเตรียมทีมชาติไทยชุดต่างๆ ซึ่งตอนนี้ได้เสร็จสิ้นภารกิจทีมชาติไทยชุดใหญ่ไปแล้ว แต่เรายังมีงานสำคัญรออยู่นั้นคือการเตรียมทีมอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 หรือ โอลิมปิก รอบคัดเลือก ในเดือน ม.ค.ปีหน้า ซึ่งไทยอยู่ในสายเดียวกับ ซาอุดีอาระเบีย, ญี่ปุ่น และเกาหลีเหนือ ทั้งนี้วันที่ 16 พ.ย. บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ได้เรียกผมเข้าไปคุยเพื่อวางแผนการเก็บตัวฝึกซ้อม และการวางโปรแกรมฟุตบอลลีกในฤดูกาลหน้าให้สอดคล้องกัน โดยโปรแกรมการแข่งขันกำหนดออกมาแล้ว เหลือเพียงเคลียร์โปรแกรมทีมชาติไทยทั้งชุดบอลโลก และ ชุดโอลิมปิก รวมถึงการเก็บตัวต่างประเทศ ก็ต้องจัดโปรแกรมเข้าไปด้วย”

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้แต่งตั้ง “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลาง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้ทำหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 โดยขณะนี้ พล.ร.อ.สุรวุฒิ กำลังรอการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รับรองรายงานการประชุมเพื่อแก้ไขข้อบังคับของสมาคมฟุตบอล ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 ที่ได้มีการประชุมใหญ่พิเศษสมาคมฟุตบอลฯ ไปเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการพิจารณากันแล้ว คิดว่าการรับรองหรือไม่รับรองนั้นไม่ต่างกัน โดยมองว่าหากเลือกที่จะไม่รับรองข้อบังคับใหม่ของสมาคมฯ นั้น จะส่งผลให้ต้องส่งเรื่องกลับไปให้กับสมาคมฯ เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อแก้ไขข้อบังคับอีกครั้ง และกว่าจะเรียกประชุมได้ต้องมีการแจ้งหนังสือไม่ต่ำกว่า 30 วัน เมื่อแก้ไขข้อบังคับแล้ว ก็ต้องรอเผื่อมีการอุทธรณ์อีก 30 วัน จึงจะสามารถรับรองข้อบังคับดังกล่าวได้

ดังนั้นก็จะส่งผลต่อห้วงเวลาที่ทางฟีฟ่าได้กำหนดไว้ว่าจะต้องได้ตัวนายกสมาคมฯ ก่อน 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 ซึ่งอาจจะทำให้ประเทศไทยถูกแบนจากฟีฟ่า และส่งผลกระทบต่อทีมชาติต่อไป แต่ว่าถ้าหากรับรองไป ทางคณะกรรมการกลางฯ ก็จะสามารถนำข้อบังคับใหม่ มาออกระเบียบเพื่อจัดการเลือกตั้งได้ ซึ่งในส่วนที่มีปัญหาอยู่อย่างเรื่องของเสียงที่จะมาเลือกตั้งนั้น ก็จะสามารถกำหนดใหม่ได้เช่นกัน ก็ต้องปล่อยให้ทางคณะกรรมการกลางฯ เป็นผู้ดำเนินการต่อไป