วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มีชัย'ซัด5เหตุผล นักการเมืองค้านระบบที่มานายกฯ ฟังเข้าใจยาก

"มีชัย" แถลงโต้ตอบพรรคการเมือง ค้านระบบที่มานายกฯ บอกไม่มีเหตุผล-ฟังเข้าใจยาก ให้เวลา 2-3 วันเสนอความเห็นมาอีก

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงโต้ตอบพรรคการเมืองที่ให้ความเห็นคัดค้านวิธีได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี ตามแนวทางที่กรธ. เคยเสนอไว้ คือ ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้ที่พรรคจะสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อแจ้งให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับทราบ ว่าจากการรับฟังเสียงคัดค้านของพรรคการเมืองมี 5 เหตุผล คือ 1.เป็นวิธีที่วิตถาร 2.เปิดโอกาสให้คนนอกมาเป็นนายกฯ 3.ขัดเจตนารมณ์ประชาชน 4.ไม่ยึดโยงประชาชน และ 5.ก้าวก่ายการตัดสินใจของพรรคการเมือง ซึ่งตนยังมองไม่เห็นเหตุผลที่แท้จริงของการคัดค้านและฟังเข้าใจยาก กล่าวคือ ประเด็นที่ระบุว่าวิธีดังกล่าวเป็นวิตถารจะวิตถารอย่างไร ในเมื่อประชาชนสามารถรับรู้ล่วงหน้า และรู้จักหน้าตาของบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ส่วนประเด็นที่ระบุว่าเปิดโอกาสให้คนนอกมาเป็นนายกฯ ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ทำให้เข้าใจได้ว่า กรธ.จะเป็นผู้กำหนดให้พรรคการเมืองส่งบุคคลที่ถูกกำหนดไปเป็นนายกฯ ได้ ทั้งที่ข้อเท็จจริง กรธ.ไม่สามารถกำหนดตัวบุคคลได้ มีเพียงกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่าการเสนอชื่อฯ พรรคต้องมีมติ เพื่อไม่ให้เป็นความเห็นเฉพาะหัวหน้าพรรคเท่านั้น

“เรื่องเปิดโอกาสให้คนนอกเป็น ส.ส. นั้น ผมเรียนว่าหากสภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องการคนนอกมาเป็นนายกฯ แต่พรรคการเมืองกลับเสนอคนนอกมาให้เลือก จะมีเหตุผลใดที่สภาฯ ต้องลงมติให้คนนอกนั้นมาเป็นนายกฯ ด้วย หากนักการเมืองไม่ชอบคนนอกก็ไม่ต้องเสนอตั้งแต่แรก อย่าลืมว่าการเลือกนายกฯ ใช้ระบบการเลือกในรัฐสภา โดยส.ส.500 คนเป็นผู้ลงมติ หากส.ส.ยังตัดสินไม่ได้ จะหวั่งพึ่งใครได้อีก” นายมีชัย กล่าว  

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ว่าขัดเจตนารมณ์ประชาชนนั้น ตนมองไม่เห็นประเด็นเพราะกรณีการเลือกตั้งที่พรรคเสนอรายชื่อให้ประชาชนเห็นแล้ว และประชาชนได้ตัดสินใจไปลงคะแนน จะขัดกับเจตนารมณ์ประชาชนได้อย่างไร ขณะที่ประเด็นไม่ยึดโยงประชาชน ตนมองว่าวิธีดังกล่าวยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด เพราะประชาชนรับรู้ล่วงหน้าว่าพรรคการเมืองจะสนับสนุนผู้ใดเป็นนายกฯ ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ระบุว่าก้าวก่ายการตัดสินใจของพรรคการเมืองนั้น ไม่มีเหตุผลเพราะกรธ.ไม่ใช่ผู้ไปบังคับว่าพรรคการเมืองควรเสนอใคร แต่ข้อกำหนดที่ระบุนั้นพรรคต้องพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามในรายละเอียดเนื้อหากรธ. จะไม่กำหนดว่าผู้ที่อยู่ในรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ นั้นต้องเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ เพราะไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวเกินเหตุ และมองว่าควรปล่อยให้พรรคการเมืองได้พิจารณาและกำหนดกติกาที่ใช้ภายในพรรคเอง และเพื่อไม่ให้เกิดกรอบบังคับที่ปฏิบัติยาก

นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดเรื่องรายชื่อบุคคลพรรคการเมืองสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เช่น การเลือกให้ผู้นั้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องเรียงลำดับตามลำดับบัญชีรายชื่อหรือไม่ เพราะมีแนวคิดว่าหากยึดตามลำดับอาจเกิดปัญหาได้ ในกรณีพรรคการเมืองร่วมกันตั้งรัฐบาลผสม เนื่องจากคนจากพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมอาจไม่พอใจผู้ที่พรรคการเมืองอันดับหนึ่งเลือกให้เป็นนายกฯ ก็ได้ , กำหนดจำนวน ส.ส.ขั้นต่ำของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะนำบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับการสนับสนนุให้เป็นนายกฯมารวมกับพรรคอันดับหนึ่ง เบื้องต้น หารือว่าจะกำหนดให้อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 5 หรือ 25 คน , การเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขตที่คะแนนเลือกตั้งอาจมีผลเปลี่ยนแปลงต่อการกำหนดจำนวน ส.ส.ในพรรคการเมืองได้ เบื้องต้นได้วางแนวทางว่ากรณีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุทุจริต จะหักคะแนนเลือกตั้งของส.ส.ที่ถูกตัดสินว่าทำทุจริตออกจากคะแนนนิยมของพรรคการเมืองและให้นำมานับใหม่ ทั้งนี้ในระบบเลือกนายกฯ กรธ.จะใช้เวลารับฟังความเห็นอีก 2-3 วันจากนั้นจะกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง

นายมีชัย กล่าวในประเด็นสำคัญของบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่า การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรธ.ได้วางแนวทางว่าจะตัดอำนาจดังกล่าวที่ให้ไว้กับส.ว.ออก เนื่องจากที่ผ่านมา ส.ว.ไม่สามารถถอดถอนบุคคลใดได้ อีกทั้งการให้อำนาจถอดถอนได้เปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงส.ว.ได้ เบื้องต้นจึงจะหากลไกเพื่อมาดำเนินการตัดสินให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ทำทุจริตและถูกชี้มูลความผิดพ้นจากตำแหน่ง โดยใช้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ และเรียกว่าเป็นกระบวนการให้พ้นจากตำแหน่ง สำหรับฐานพิจารณาคือการกระทำที่ขัดต่อคุณสมบัติดำรงตำแหน่ง เมื่อขาดคุณสมบัติจึงต้องพ้นจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตามในตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ที่ประชุมกรธ. จะเขียนให้รัฐมนตรีมีตำแหน่งส.ส.ได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับส.ส.แบบเขตเลือกตั้งที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ที่หาเสียงเพื่อให้ได้คะแนนอุ้มส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่เมื่อได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกลับต้องลาออกจากส.ส. 

นายมีชัย กล่าวตอบคำถามต่อที่มาของส.ว. กรณีที่ตัดอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะให้มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ แต่มีแนวทางคือ ต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมือง ต้องยึดโยงกับประชาชน และการปฏิบติหน้าที่ต้องเป็นผู้ที่กลั่นกรอง ดูแลกฎหมายและทำหน้าที่เพื่อถ่วงดุลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ