"ศรีวราห์"หอบสำนวนคดี"หมอหยอง-สารวัตรเอี๊ยด-จิรวงศ์" ส่งให้กองคดีฯตรวจสอบ คาด 1 สัปดาห์ ส่งให้คณะกรรมการคดีหมิ่นฯ
ที่กองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทน รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงหาผลประโยชน์ความผิดตามมาตรา 112 พร้อมทีมงานชุดสอบสวนได้นำสำนวนคดีแอบอ้างสถาบันฯ กลุ่มของ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ,พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด อดีตสารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาร์ต คนสนิทหมอหยอง เลขที่ 96/2558 กว่า 500 หน้า มาส่งให้กองคดีฯดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเพื่อเสนอต่อไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า สำนวนคดีดังกล่าวที่นำมาส่งให้กองคดีฯวันนี้เป็นสำนวนคดีขบวนการแอบอ้างสถาบันฯหาผลประโยชน์กลุ่มแรกที่มีผู้ต้องหาในสำนวน 3 คน คือ นายสุริยัน พ.ต.ต.ปรากรม และนายจิรวงศ์ แต่ผู้ต้องหาได้เสียชีวิตไประหว่างถูกคุมขังจึงต้องจำหน่ายคดีออกไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 อนุ 1 ที่ระบุว่าคดีอาญาย่อมระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำผิด ทำให้คดีนี้เหลือผู้ต้องหาเพียง 1 ราย คือนายจิรวงศ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นสำนวนที่กองบังคับการปราบปรามได้รับแจ้งความเอาไว้และส่งมาให้ตนเป็นผู้ควบคุมการสอบสวนจึงต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
รรท รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากประสบการณ์ของตนมั่นใจว่าพยานหลักฐานในสำนวนดังกล่าวมีความแน่นหนารัดกุมสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ เพราะพนักงานสอบสวนได้พยานหลักฐานมาเกือบเต็มร้อย หลังจากนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ที่จะต้องพิจารณาสั่งการต่อไป ทำให้ขณะนี้เหลือสำนวนคดีเดิมที่ตนรับผิดชอบอีก 12 คดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความผิดตาม ม.112 เช่นกัน แต่มาร้องทุกข์ต่างกรรมต่างวาระกัน ซึ่งตนเพิ่งได้รับคำสั่งให้ควบคุมการสอบสวนต่อในวันนี้ ขณะที่อีก 3 สำนวนล่าสุดนั้นยังไม่ได้มีการส่งมอบอำนาจในการสอบสวนมาให้ชุดของตนเข้ามารับผิดชอบ
"สำหรับอีก 12 สำนวนที่เหลือ คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนก็จะสามารถส่งให้กองคดีฯตรวจสอบได้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานทางด้านเทคนิคต่างๆ เช่น วิทยุ ปืน รถ เศษผม เศษขน ซึ่งทางกองปราบดำเนินการไปแล้ว หากเสร็จสิ้นก็สามารถส่งสำนวนได้ โดยคดีนี้ถือเป็นการโอนสำนวนมาให้ผมรับผิดชอบ ปกติรอง ผบ.ตร. ไม่มีอำนาจอะไร ทำตามที่ ผบ.ตร. สั่ง ไปเปิดระเบียบกฎหมายดูได้ รับผิดชอบเป็นเรื่องๆตามที่เจ้านายสั่งมาเท่านั้น" หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี ม.112 ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามถึงการดำเนินการกับตำรวจ 8 นายสังกัด บช.ก.ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ตนยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้
เมื่อถามถึงความผิดกรณีการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ และไม่อยากแสดงความคิดเห็นเชิงคาดเดาเนื่องจากจะเป็นการไม่เหมาะสม โดยตามขั้นตอนนั้นหากจะให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตามความผิดอาญาจะต้องมีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับทางตำรวจไปตามขั้นตอน ไม่สามารถจะใช้คำพูดจากปาก หรือความรู้สึกมาดำเนินการได้ เพราะคำพูดไม่ใช่หลักฐาน คำให้สัมภาษณ์เป็นเพียงความรู้สึกไม่เพียงพอรับฟังได้
เมื่อถามว่าคดีลักษณะนี้ส่วนใหญ่ใครเป็นเสียหายได้บ้าง รรท. รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเป็นกองทัพ และเป็นผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ถามต่อว่าแล้วประชาชนทั่วไปฟ้องร้องได้หรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ก็สามารถเข้ามาฟ้องร้องได้แต่ต้องมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดก็มาร้องทุกข์ได้ ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นความผิดอาญาแผ่นดินใครก็ร้องทุกข์ได้ แต่ร้องทุกข์แล้วพนักงานสอบสวนจะรับเป็นคดีหรือไม่ก็ต้องดูที่ำยานหลักฐาน จะใช้คำสัมภาษณ์ของบุคคลมาอ้างใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ แต่หากมีผู้แจ้งความร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องสอบสวนพฤติการณ์ในการกระทำผิดของผู้ที่ถูกฟ้องตามขั้นตอน
ถามถึงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่ขณะนี้พบความผิดแน่ชัดว่ามีการหักหัวคิวกันจริงและได้บริจาคเงินส่วนนี้ไปแล้วจะถือว่าความผิดสำเร็จหรือยัง พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น เพราะขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายมีเยอะ ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ตอนนี้ยังไม่เห็นเรื่อง ไม่เห็นหลักฐานจะให้เดาคงไม่เหมาะสม
เมื่อถามว่าตำรวจจะเข้าไปตรวจสอบหลักฐานจากผู้เกีย่วข้องมาหรือไม่ รรท. รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องมีคำสั่งให้เข้าไปดำเนินการ ตอนนี้ยังห่างอยู่ ซักต่อว่าแม้จะเป็นคำพูดของอดีต ผบ.ทบ. และบุคคลระดับรองนายกรัฐมนตรีที่พูดเหมือนยอมรับว่ามีการทุจริตสามารถฟังได้หรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า คำพูดไม่ใช่หลักฐาน เพราะการให้สัมภาษณ์เป็นการแสดงความคิดเห็นความรู้สึก ไม่ถือเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมายที่มีเอกสาร วัตถุ และบุคคล
ถามว่าขณะนี้ ผบ.ทบ. ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์แล้ว หากพบความผิดสามารถมาร้องทุกข์ได้หรือไม่ รรท. รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หากทางกองทัพเข้ามาร้องทุกข์ตนก็ยินดีรับเรื่องอยู่แล้ว ถามถึงอีก 3 สำนวนคดีที่เหลือว่ามี พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือเสธ.โจ้ รวมอยู่ด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า น่าจะอยู่ใน 3 สำนวนใหม่ดังกล่าว ซักว่ามีทหารคนอื่นอีกหรือไม่ รรท. รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด
ด้านพ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต รรท.ผบก.กองคดีอาญา กล่าวว่า จากนี้ทางกองคดีฯคงใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งต้องตรวจสอบให้ละเอียดและรอบคอบ และจะส่งต่อให้คณะกรรมการคดีหมิ่นฯของ ตร.ที่มี พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา (สบ 10) ด้านกฎหมายและสอบสวนเป็นประธาน ก่อนจะส่งให้อัยการต่อไป แต่ทั้งนี้หากมีประเด็นที่กองคดีฯ หรือคณะกรรมการฯ เห็นควรต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมก็อาจจะส่งกลับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งได้





