วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อักษรา'เสนอโมเดลร่วมมือผู้เห็นต่างลดก่อเหตุ3จชต.

"พล.อ.อักษรา" เสนอสร้างโมเดลความร่วมมือ กับผู้เห็นต่าง หวังลดการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จชต. ก่อนเดินหน้า “การพูดคุยฯ” ยันให้ความสำคัญทุกกลุ่ม

พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เปิดเผยคำชี้แจงของ พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเหตุการณ์ด้านความมั่นคงที่ยังคงเกิดขึ้นในเดือน ต.ค.58 ต่อเนื่องมาจนถึงเดือน พ.ย.58 นั้น ได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตามยังคงเป็นฝ่ายริเริ่มก่อกวนในรูปแบบต่างๆ ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องรีบดำเนินการคือการ ปรับมาตรการระวังป้องกัน และเพิ่มการปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อจำกัดเสรี และลดขีดความสามารถของกลุ่มผู้ก่อเหตุฯ โดยที่ฝ่ายรัฐต้องครอง ความมีอิทธิพลเหนือพื้นที่ปฏิบัติการให้ได้ทั้งในชุมชนเขตเมือง เส้นทางคมนาคม ชนบทป่าเขา และพื้นที่ชายแดน        

โดยเวลาที่ผ่านมาเกือบ 12 ปี ที่ฝ่ายรัฐได้ทุ่มเทความพยายามในการยุติเหตุความรุนแรงแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น ยังไม่บรรลุผลสำเร็จ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้กระบวนการพูดคุย ซึ่งเป็นแนวทาง สันติวิธีไปสร้างความไว้วางใจกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ให้หันกลับมาเห็นด้วยกับรัฐ ในเรื่องที่สามารถตกลงร่วมกันได้ เพื่อความสงบสุขปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ให้บังเกิดผลในพื้นที่แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้การพูดคุยกับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ที่ยังมองการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างไปจากรัฐ            

พล.ต.บรรพต กล่าวว่า พล.อ.อักษรา ยังระบุต่อว่า คณะพูดคุยฯได้จัดทำชุดความคิดแล้ว ใน 3 ประเด็นหลัก คือ การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย, เรื่องเร่งด่วนที่ต้องพัฒนาในพื้นที่และกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการยอมรับร่วมกันก่อนโดยการจัดตั้ง คณะทำงานเทคนิคร่วม ที่ประกอบด้วยทุกฝ่าย ไปกำหนดแนวทางในประเด็นความร่วมมือให้ได้ ภายใต้กรอบชุดความคิดดังกล่าว ซึ่งเมื่อมีความชัดเจนแล้ว จำเป็นต้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบด้วย เพราะเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในปีงบประมาณ 2559 คณะพูดคุยฯ ได้หารือขั้นต้นกับผู้อำนวยความสะดวกแล้ว เมื่อวันที่ 9 ต.ค.58 รวมทั้งได้ประชุมคณะพูดคุยชุดใหม่ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.58 นี้ โดยได้กำหนดกรอบแนวทางในการทำงานและได้นำนโยบาย ข้อเน้นย้ำ ข้อห่วงใย และข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้สร้างความไว้วางใจให้ได้ก่อน และให้ความสำคัญต่อทุกกลุ่ม ไม่ว่ากลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ ทั้งเป็นกลุ่มติดอาวุธและไม่ติดอาวุธ ไม่ใช่การยอมรับเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เราเข้าใจกฎหมายสากลดี และการแก้ปัญหาภาคใต้เป็นเรื่องภายในของไทย ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยสนับสนุนกระบวนการพูดคุย เพื่อให้การพูดคุยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และผลการพูดคุยจะถูกส่งผ่านชุดความคิด ทั้ง 3 ประเด็นลงไปสู่การปฏิบัติ ในพื้นที่ โดยต้องให้เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายเท่านั้น จึงจะทำให้เหตุรุนแรงลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการเชิงรุกของฝ่ายเราในการป้องกันเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้              

ทั้งนี้การทำให้เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลง จำเป็นต้อง สร้างความไว้วางใจจนถึงขั้นเกิดความร่วมมือในประเด็นสำคัญที่สามารถสร้างเป็นโมเดลความร่วมมือในพื้นที่ให้สำเร็จก่อน ไม่ใช่โมเดลที่เกิดขึ้นโดยฝ่ายรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นโมเดลที่เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างภาครัฐ และกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ทุกพวก ทุกฝ่าย โดยมีภาคประชาชนให้การสนับสนุน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน จึงขอให้ทุกฝ่ายได้สนับสนุนกระบวนการพูดคุย ซึ่งเป็นแนวทางสันติวิธีและได้รับการยอมรับในทางสากล และขอให้ภาคประชาชนพื้นที่ได้ร่วมกันปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม และสนับสนุนกระบวนการพูดคุยในพื้นที่ เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง