วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไกล่เกลี่ยสำเร็จคดีประพันธ์พงศ์- ธาริต' เรื่องต่อสัญญาบีทีเอ

ศาลอาญาไกล่เกลี่ยสำเร็จ"ธาริต" แถลงข่าวปี 55 เข้าใจผิด"ประพันธ์พงศ์"อดีต ปธ.กรุงเทพธนาคม เอี่ยวคดีต่อสัญญาบีทีเอส17ปี หลังคดียืดกว่า2ปี

ศูนย์ประนอมข้อพิพาท ชั้น 7 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา เป็นผู้เจรจาไกล่เกลี่ย คดีหมายเลขดำ อ.447/2556 ที่นายประพันธ์พงศ์  เวชชาชีวะ อดีตประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และนายอมร  กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. และอดีตกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์  อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ , เป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา กระทำการในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 , พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 19, 66, 84,89,123,123/1 และ พ.ร.บ.กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21/1 จากกรณีเมื่อวันที่  10 พ.ค.55 – 15 ม.ค.56 จำเลยขณะดำรงตำแหน่ง อธิบดี ดีเอสไอ ได้นำเรื่องที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ทำการตรวจสอบกรณีที่ กทม.ขยายสัญญาจ้าง การเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส เพิ่มอีก 17 ปี เข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ และได้แถลงต่อสื่อมวลชนทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า โจทก์ทั้งสองกับพวกเป็นคนกระทำผิด ซึ่งทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย โดยคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ก.พ.56  

ภายหลังการไกล่เกลี่ยเสร็จสิ้น เมื่อเวลา 11.00 น. นายประพันธ์พงศ์ โจทก์ และนายธาริต จำเลย ได้ร่วมกันแถลงข่าว ถึงผลไกล่เกลี่ยคดีที่จบลงด้วยการถอนฟ้อง โดยทั้งสองได้จับมือกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งคดีดังกล่าวได้มีการฟ้องร้องเมื่อปี 2556 จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นระยะเวลา 2 ปีกว่า ขณะที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาก็ได้ส่งเสริมสนับสนุนการระงับข้อพิพาททางเลือก โดยนำระบบไกล่เกลี่ยมาใช้ ควบคู่กับการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีของศาล เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการยุติข้อพิพาทด้วยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และเป็นธรรม         

ขณะที่นายธาริต อดีตอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า  ขณะที่ตนเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เคยให้สัมภาษณ์ว่า นายประพันธ์พงศ์ และนายอมร น่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในคดีการต่อสัญญาบีทีเอสของ กทม. แต่ขณะนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จนตนมีความเข้าใจใหม่ถูกต้องแล้วว่าทั้งสองคนนั้นมิได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใด ๆขณะที่การแถลงในวันนี้ เป็นการแถลงส่วนตัว เพราะตนไม่ได้เป็นอธิบดี ดีเอสไอแล้ว

"ผมไม่ได้มีเจตนาจะไปก้าวล่วง หรือเกี่ยวข้องกับผลคดี บีทีเอส ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ป.ป.ช. แต่อย่างใด โดยส่วนตัวได้ขออภัยโจทก์ทั้งสองในเรื่องที่ผ่านมา และขอขอบคุณที่โจทก์ทั้งสองได้ถอนฟ้องผมในวันนี้แล้ว"       

ด้านนายประพันธ์พงศ์ อดีตประธานกรรมการบริษัทกรุงเทพธนาคมฯ โจทก์ กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจอะไร นายธาริตเกี่ยวกับคดีแล้ว เข้าใจกันดีแล้วว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ซึ่งปัจจุบันตนก็ไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของบริษัทกรุงเทพ ธนาคมแล้ว ส่วนคดีการต่อสัญญาบีทีเอส ก็เป็นเรื่องของป.ป.ช. ซึ่งตนยังไม่เคยถูกเรียกเพื่อไปให้การใด ๆ