วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยกำหนดการ'นายกฯ'ร่วมเอเปค-อาเซียน ซัมมิท

โฆษกรัฐบาล เผยกำหนดการพร้อมรายละเอียดการหารือของนายกฯ ที่จะเดินทางประชุม เอเปค-อาเซียน ซัมมิท ระหว่าง 17-22พ.ย.นี้

พล.ต.วีรชน สุคนธปฎิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการเดินทางเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่23ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่27และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ระหว่างวันที่17-22พ.ย.นี้ว่า การประชุมเอเปคครั้งนี้ จะทำให้เราได้รู้ทิศทางเศรษฐกิจโลก เพื่อปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ โดยระหว่างการประชุมจะมีการหารือทวิภาคีกับผู้นำจากประเทศจีน รัสเซีย โคลัมเบีย ปาปัวนัวกีนี และเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง

สำหรับการหารือกับผู้นำประเทศรัสเซีย จะเน้นการลงทุนในประเทศ ว่าเขามีความสนใจในส่วนใด และเราจะได้เสนอการดำเนินการเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย รวมถึงจะได้ถึงกำหนดการเยือนรัสเซียพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกำหนดการเบื้องต้นเป็นในเดือนพฤษภาคม 2559 อย่างไรก็ตาม ในการหารือร่วมกับผู้นำจีน จะได้พูดถึงเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง

พล.ต.วีรชน ยังกล่าวถึง การประชุมอาเซียน ซัมมิท หรือการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่27ว่า เป็นการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะในวันที่31ธ.ค.นี้ จะเป็นการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ โดยจะหารือกันถึง3เสาหลัก คือ1.การเมือง ความมั่นคง 2.สังคม วัฒนธรรม และ3.เศรษฐกิจ ให้เกิดความเข้มแข็ง ทั้งจะได้หาแนวทาง ข้อตกลง และกำหนดกติกามารยาทเพื่อให้อาเซียนก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน โดยจะมีการรับรองปฎิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่จะเป็นคัมภีร์ในการอยู่ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม เกือบทุกประเทศในอาเซียนต่างมีอาชีพหลักเป็นเกษตรกรรม หากเราจับมือกันจะสามารถเพิ่มอำนาจต่อรองในการกำหนดราคาสินค้าการเกษตรได้ดียิ่งขึ้น แต่ในโอกาสย่อมมีวิกฤต เช่น การไหลเวียนของประชากรมากขึ้น เนื่องจากความสะดวกที่เพิ่ม จึงต้องร่วมกันหารือเพื่อดูแลปัญหาข้ามชาติให้รัดกุมอย่างไรก็ดี นายกฯ จะได้หารือทวิภาคีร่วมกับ ผู้นำจากญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในประเด็นการค้าการลงทุน เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ รวมถึงหารือร่วมในโครงสร้างพื้นฐาน และประเทศไทยจะได้เสนอขายผลผลิตทางการเกษตรอาทิ ยาง และข้าวอีกด้วย