วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ถาวร'ชี้ไม่เห็นด้วยกาบัตรใบเดียว ไม่แก้ปัญหาโกง

"ถาวร"ชี้ระบบเลือกตั้งใหม่ ไม่แก้ปัญหาทุจริต ไม่เห็นด้วยกาบัตรใบเดียว แนะให้ใช้แนวคิด"บวรศักดิ์"แบ่งเขตเลือกตั้ง 6 ภาค

นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตแกนนำ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงการเลือกตั้งระบบจัดสรรปันสวนว่า ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ขจัดการซื้อเสียง เพราะการซื้อเสียงหากยังไม่มีการคิดถึงแนวทางที่จะป้องกัน หรือรณรงค์ให้ประชาชน ทราบถึงพิษภัยการซื้อสิทธิขายเสียง ถ้ายังไม่ให้ประชาชนเป็นผู้เสียหายไปฟ้องคดีหรือกล่าวโทษได้ การซื้อสิทธิขายเสียง ก็ยังเหมือนเดิม ส่วนอีกเรื่องที่อ้างว่าจะเป็นวิธีการที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ใช้สิทธิแล้ว ไม่ได้ส.ส.ตามที่เขาต้องการ แต่เอาเสียงที่แพ้ไปคำนวณใหม่ แล้วคำนวณให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งๆที่ประชาชนต้องการเลือกส.ส.เขต แต่กลับไปแปลงคะแนนให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น่าจะเป็นการผิดเจตนารมณ์ ในการเลือกบิดเบือน 

“สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรแก้ไขในเรื่องดังกล่าวนั้น ผมคิดว่า ระบบเยอรมันที่นายบวรศักดิ์ (อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมธิการยกร่าง(กมธ.) คิดไว้ ที่ไม่เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมาคะแนนของการเลือกพรรคในกลุ่มของผู้แพ้ แล้วเอาไปคำนวณ น่าจะเป็นเหตุเป็นผลได้มากกว่า เรื่องการกาบัตรควรมี2 บัตร คือผู้สมัครส.ส.เขต และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ น่าตอบคำถามได้มากกว่า ตนอยากให้นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ.ได้โปรดพิจารณาตรงนี้ให้รอบคอบ“นายถาวรกล่าว 

นายถาวร กล่าวถึง สัดส่วนจำนวนส.ส.ระบบเขต350และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ150คน นั้นตนคิดว่า การมีส.ส.เขตแล้ว350คน น่าจะคำนวณประชากรประมาณ1.7แสนคน ต่อ ส.ส.1คน จะพบว่าไม่มากมาย อย่างเช่นในพื้นที่ตน ระยะทางไม่กี่ตารางกิโลเมตร จะทำให้ส.ส.ดูแลประชาชนในพื้นที่ได้ ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อเมื่อแบ่งเป็น2แบบก็เพื่อบ่งบอกถึงผู้ที่มีความรู้ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่พรรคส่งไปเป็นตัวแทนให้เป็นผู้ทำหน้าที่แทนพรรค พรรคจัดสรรคนที่ดีมีความสามารรถ แต่ตนเห็นว่าน่าที่จะใช้ระบบ โอเพ่นลิสต์ เพราะเป็นการให้ประชาชนสามารถเลือกคนที่ต้องการเอง และเป็นการขจัดคนมีเงิน หรือ นายทุนพรรคที่มักได้รับการคัดเลือกให้มาอยู่ในลำดับต้นๆ และยืนยันได้ว่าระบบโอเพ่นลิสต์ ไม่ได้ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แต่กลับทำพรรคเข้มแข็งดังนั้นคนที่มีความรู้ความสามารถจึงไม่ต้องกลัว ส่วนเขตเลือกตั้งควรใช้อย่างที่นายบวรศักดิ์เขียนไว้ คือ6เขตเลือกตั้ง(6ภาค)ทั่วประเทศ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เขตการเลือกตั้งลดลงจาก 400 มาเป็น 350 เขต จะทำให้พรรคการเมืองมีปัญหาในการเลือกผู้สมัครหรือไม่ นายถาวรกล่าวว่า พรรคการเมืองต้องมีความกล้าในการตัดสินใจ เอาคนเก่งมีความรู้ ไม่มีที่ไหนที่จะไม่มีความขัดแย้งถ้าลดจำนวนส.ส.จากที่คนเคยเป็นและลดลง และแต่ละคนก็ควรรู้ศักยภาพของตัวเองด้วยว่ามีความรู้ความสามารถแค่ไหนอย่างไร แต่ถ้าถึงขนาดที่จะขัดแย้งกันมาก็ใช้วิธีการไพมารี่โหวตในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ว่าใครจะได้เป็นตัวแทนของพรรคลงรับเลือกตั้ง