อนุกรธ.ฝ่ายบริหารเสนอหลักการ โหวตเลือกนายกฯ ในสภาไม่เขียนคุณสมบัติจำกัดเป็นส.ส. เหตุรัฐธรรมนูญต่างประเทศไม่เคยเขียน
นายศุภชัย ยาวะประภาษ รองประธานอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร ในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่าอนุกรรมการฯ จะนำเสนอข้อมูลและผลการศึกษาในรูปแบบที่มาของนายกฯ และฝ่ายบริหาร เสนอที่ประชุม กรธ. ในวันที่ 11 พ.ย. นี้ เบื้องต้นจะเป็นผลการพิจารณาที่มาของนายกฯ ข้อดีและข้อเสีย โดยไม่มีผลสรุปที่เป็นข้อยุติในเรื่องคุณสมบัตินายกฯ ที่หลายฝ่ายให้ประเด็นติดตามว่านายกฯ จะเป็นบุคคลภายนอก หรือบุคคลที่เป็น มาจาก ส.ส.นั้น อนุกรรมการฯ ยังไม่เคยมีข้อสรุปที่ชัดเจนว่านายกฯ ต้องเป็นบุคคลภายนอก
นายเธียรชัย ณ นคร อนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร กล่าวว่าที่มาของหัวหน้าฝ่ายบริหารนั้นจะถือหลักการที่นายกฯ ต้องมาจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นหลักการสำคัญที่สังคมต้องเรียนรู้ร่วมกัน ตามความเห็นส่วนตัวเห็นว่าที่มาของนายกฯ จากรูปแบบของต่างประเทศคือนายกฯ ต้องมาจากการเห็นชอบตามเสียงข้างมากในรัฐสภา หรือในสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่กำหนดคุณสมบัติผู้เป็นนายกฯ ว่าจะต้องเป็น ส.ส.หรือไม่ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าเมื่อไม่เขียนคุณสมบัตินายกฯ ต้องเป็น ส.ส.ไว้ อาจทำให้เกิดนายกฯ คนนอก ที่ทุกคนมองภาพว่าเป็นฝ่ายทหารเหมือนกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 แต่ในข้อเท็จจริงของเหตุการณ์จะพบว่าหลังจากนั้นประเทศไทยก็มีนายกฯ ที่ไม่ได้เป็นส.ส.และมีสถานะเป็นพลเรือนที่ประชาชนยอมรับ ดังนั้นประเด็นดังกล่าวสังคมในระดับของนักการเมือง สื่อมวลชน และพรรคการเมืองต้องร่วมทำความเข้าใจใหม่เพื่อให้มองหลักการสำคัญที่ตรงกัน
ขณะที่นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เข้าสังเกตการณ์ประชุมของอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร เปิดเผยว่าในมุมมองส่วนตัวต่อประเด็นของนายกฯ ที่ไม่จำกัดว่าเป็น ส.ส.หรือไม่นั้น จะมีทางเลือกให้พิจารณา คือ กำหนดให้พรรคการเมืองต้องเสนอบัญชีรายชื่อผู้ที่พรรคจะสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกในช่วงการเลือกตั้ง และเสนอให้บุคคลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แม้จะไม่ได้รับเลือกให้เป็นส.ส. มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ต่อสภาฯ ได้ สำหรับรูปแบบของการออกเสียง เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะใช้เพียงเสียงข้างมากของจำนวน ส.ส.ในสภาฯ เท่านั้น
"การลงมติเลือกนายกฯ ในที่ประชุมสภาฯ นั้นถือเป็นความรับผิดชอบของพรรคการเมืองที่จะเสนอบุคคลที่มีความเหมาะสมให้สมาชิกสภาฯ เลือก หากในกรณีที่เสนอคนที่ไม่ได้เป็นส.ส. แล้วประชาชนให้การยอมรับในหลักการนี้ผมมองว่าพอจะเป็นไปได้" นายอุดม กล่าว





