"ประวิตร" ชี้รอผลสอบปม"อุทยานราชภักดิ์"อย่าด่วนสรุป ยันไม่เอาชื่อเสียงไปปกป้องคนผิด ด้านปปช.เผย"อุทยานราชภักดิ์" ไม่อยู่ในข่ายสอบทุจริต
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงข้อสังเกตกรณีที่พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ยอมรับว่า มีการหักหัวคิวโรงหล่อในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ แต่พูดคุยตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ตนไม่รู้ เรื่องนี้เอาเป็นว่า จะทุจริตหรือไม่ทุจริต ทางตำรวจและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะสอบสวนให้ชัดเจนก่อน ถ้ามาตอบตอนนี้ไม่ได้ เหมือนหนังเรื่องยาว เมื่อดูตรงนี้แล้วออกมาพูดตอนนี้คงไม่ได้ต้องมีจุดเริ่มต้นแล้วจบอย่างไร ถึงจะรู้ไปพูดตรงกลาง หรือตอนท้ายเพียงนิดเดียวก็ไม่เข้าใจ ฉะนั้นอย่าพูดเลยดีกว่า
ในส่วนที่พล.อ.อุดมเดช ชี้แจงยอมรับว่า มีปัญหาเรื่องของโรงหล่อพบว่า มีการหักหัวคิว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่รู้ อย่าถาม เพราะไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ยืนยันว่า จะดูเรื่องของการสืบสวนสอบสวนจำเป็นจะต้องให้รมช.กลาโหม หรือคณะกรรมการมูลนิธิฯ เข้าไปชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่หรือไม่ ซึ่งวิธีการชี้แจงสามารถทำได้หลายอย่าง เพื่อให้เรื่องทั้งหมดเกิดความชัดเจน ทางรมช.กลาโหม คงจะเป็นผู้ชี้แจงในเรื่องนี้ โดยจะรอผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้รายละเอียดให้ครบถ้วน เนื่องจากบางคนอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ
เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าจะตกเป็นเป้าโจมตีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 157 ในการดำเนินโครงการดังกล่าว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ให้สอบสวนก่อน อย่าเพิ่งคิดไปข้างหน้าให้มาก เพราะคนที่เขาทำงานก็จะเครียดเปล่าๆ ตนรับรองว่า รมช.กลาโหมจะออกมาชี้แจงเพื่อให้เกิดความชัดเจนในทุกเรื่อง จะพูดนิดเดียวแล้วไปขยายต่ออีกก็จะไปกันใหญ่ เพราะเรื่องยังไม่จบ ทุกอย่างมีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว ผิดหรือถูกจะต้องทำอย่างไร ไม่ต้องห่วง
"ขอยืนยันว่า จะไม่มีการปกป้อง ผมคงไม่เอาชื่อเสียงของผมไปปกป้องใคร ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย ทุกคนเท่าเทียมกันหมดที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบวินัย ไม่เช่นนั้นกองทัพอยู่ไม่ได้"รองนายกฯกล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าพบความผิดทุจริตจริงจะส่งผลต่อกองทัพ และคสช.ที่ประกาศว่าจะเข้ามาปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถ้ามีจริงกองทัพก็เสียชื่อ ตนยังเชื่อว่ากองทัพไม่มี แต่ส่วนงานอื่นๆ ที่มาทำงานร่วมกับกองทัพนั้น ไม่ทราบ ส่วนที่ถามว่า ทุจริตแล้วมีความผิดหรือไม่นั้น ก็มีกฎหมายอยู่ว่าทุจริตคือความผิด และต้องโดนมาตรานั้นถ้าผิดจริง แต่อย่าเพิ่งไปถามถึงคนอื่นๆ ว่า จะทำอย่างไร เพราะเขายังไม่ผิด
เมื่อถามว่า ในฐานะ รมว.กลาโหมจะประสานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อติดตามตัว พ.อ.คชาชาติ บุญดี นายทหารเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 กลับมาดำเนินคดีด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของตำรวจที่จะติดต่อประสานงานกัน ในส่วนของทหาร หากตำรวจร้องขอความร่วมมือมาก็ต้องดำเนินการเนื่องจากอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจแล้ว ไม่ใช่เรื่องของทหาร เพราะทหารคนดังกล่าวไม่ได้แต่งเครื่องแบบ และหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
ปปช.เผย"อุทยานราชภักดิ์" ไม่อยู่ในข่ายสอบทุจริต
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความไม่ชอบมาพากลในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ โดยมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ที่มี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน ซึ่งล่าสุด พล.อ.อุดมเดช ออกมายอมรับว่า มีการหักหัวคิวจากโรงหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ แต่เมื่อทราบเรื่องก็ได้ดำเนินการจนเรื่องยุติ ว่า ป.ป.ช.ต้องเข้าไปตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากถือว่าความผิดสำเร็จแล้วว่า ทางป.ป.ช.ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ และเข้าใจว่าการดำเนินการไม่อยู่ในข่ายตรวจสอบของป.ป.ช.
เพราะไม่ใช่โครงการก่อสร้างที่ใช้งบประมาณของรัฐ จึงไม่ได้เข้าไปศึกษาหรือให้ข้อเสนอแนะเพื่ออุดช่วงโหว่ให้การดำเนินการเกิดความโปร่งใส ดังนั้น หากโรงหล่อคิดว่าถูกเอาเปรียบโดยการหักหัวคิวจริงก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีข้อสงสัยว่า พล.อ.อุดมเดช ในฐานะประธานมูลนิธิฯ และถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในการดำเนินการหรือไม่นั้น แหล่งข่าวรายนี้ ระบุ ว่า ป.ป.ช.ยังไม่ทราบเรื่องและยังไม่ได้ตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของโครงการ ว่าต้นเรื่องเกิดขึ้นมาได้อย่างไร





