วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดาว์พงษ์'เตรียมหารือแก้หนี้ครูบอร์ด สกสค.20พ.ย.นี้

"ดาว์พงษ์" เตรียมหารือแก้หนี้ครูบอร์ด สกสค.20พ.ย. แจงเจรจาธ.ออมสินลดดอกเป็นหนทางหนึ่งเท่านั้น มองช่องทางอื่นดูแลชีวิตครูไม่แบกหนี้มากเกินไป

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการการะทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ที่ก่อนหน้านี้ธนาคารออมสินและศธ. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือครูที่มีหนี้ในระบบธนาคารออมสินและสหกรณ์ออมทรัพย์ว่า ศธ.จะเสนอขอให้ธ.ออมสินลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาหนี้สินครู ขณะเดียวกันจะดูแนวทางอื่น ๆ รวมถึงต้องกลับไปดูกติกาการกู้ในภาพรวมว่าที่ผ่านมาครูมีแหล่งกู้ใดบ้าง ทั้งโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) กองทุนพัฒนาครู สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เป็นต้นและนำข้อมูลมาดูว่าแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร อัตราดอกเบี้ยที่ครูต้องเสียในแต่ละแห่งว่าสูงเกินไปหรือไม่เพื่อหาแนวทางแก้ไข ไม่ให้ครูต้องเป็นหนี้มากเกินไป และควรมีเงินคงเหลือในแต่ละเดือนให้เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต

“ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น จะต้องช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนแต่ละแห่งต้องเข้ามาช่วยดูแลครู ซึ่งผมได้มอบหมายให้ รศ.นพ.กำจรตติยกวี ปลัด ศธ. เป็นผู้ดูแลเรื่องดังกล่าว”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวและว่า ส่วนการปรับลดวงเงินกู้ช.พ.ค.จากเดิมรายละ3ล้านบาทเหลือ6แสนบาทนั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว โดยการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ในวันที่20พฤศจิกายนนี้น่าจะมีการหารือเรื่องดังกล่าวด้วย

ด้าน รศ.นพ.กำจร กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเพียงหลักการว่า ศธ.จะช่วยเหลือเจรจากับทางธ.ออมสินเพื่อลดดอกเบี้ยให้แก่ครูที่เป็นหนี้ โดยจะเน้นคนที่มีวินัยทางการเงินที่ดี คือ จ่ายหนี้สม่ำเสมอซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ก่อน ส่วนคนที่มีปัญหาหนี้สินจำนวนมากและมีการค้างชำระอยู่ก็ต้องหาวิธีการอื่น ช่วยเหลือต่อไปโดยคนกลุ่มนี้ต้องเข้ามาหาและให้ข้อมูลที่แท้จริงด้วย เพื่อจะได้หาแนวทางช่วยเหลือที่ตรงจุด อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้เรายังไม่ทราบเลยว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ครูต้องกู้เงินจำนวนมากๆ คืออะไร ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้กลับไปหักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่ง เสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ช.พ.ค.นั้น หากจะทำคงต้องมีกติกาที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ผู้ที่ค้างชำระหนี้ต้องมีความรับผิดชอบ มีวินัยการเงินที่ดีด้วยซึ่งอาจต้องไปดูมาตรการให้เข้มข้น

 “จริง ๆ แล้วการที่ครูเป็นหนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือการไม่ชำระหนี้ ซึ่งก็ต้องพยายามช่วยเหลือดูแล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไปช่วยชำระหนี้สินให้ครู และก็ไม่อยากให้คิดว่าครูสร้างปัญหา เพราะครูเป็นหนี้ 4 แสนกว่าคนไม่ได้แปลว่าทั้ง 4 แสนกว่าคนมีปัญหา เนื่องจากครูที่เป็นหนี้ส่วนใหญ่กว่า 90% สามารถดูแลตัวเองได้มีแค่ 6 หมื่นกว่าคนที่ค้างชำระหนี้ทั้งที่ส่วนใหญ่ใช้หนี้ได้แต่ไม่ใช้ และเป็นหนี้วิกฤติเพียงหลักพันคนเท่านั้น ขณะที่กติกากู้เงินก็ง่ายเกินไป และเท่าที่ทราบบางคนก็มีปัญหาเพราะเพื่อนเบี้ยวหนี้ไป ทำให้ต้องไปแบกรับภาระของเพื่อนด้วย อย่างไรก็ตาม บางคนก็มีความจำเป็นจริง ๆ คือ กู้ไปเพื่อรักษาตัว ดูแลบุพการี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ”ปลัด ศธ.กล่าว