วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุเทพ'หนุนกรธ.ตัดสิทธิ คนทุจริต ห้ามลงเลือกตั้ง

"สุเทพ"หนุนแนวคิดกรธ.ตัดสิทธิ คนทุจริต ห้าม"เลือกตั้ง"ตลอดชีวิต แนะควรมี"ศาลเลือกตั้ง"พิจารณาคดีเฉพาะ ชี้ไม่ควรมีส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวถึงแนวคิดของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)เกี่ยวกับเรื่องระบบเลือกตั้งแบบใหม่ว่า ต้องยอมรับความจริงว่า เรื่องการเลือกตั้ง คนแต่ละกลุ่ม แต่ละคน อาจมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน และสิ่งที่เป็นความคาดหวังของแต่ละฝ่าย นักการเมือง คนทั่วไป หรือนักวิชาการ ก็อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน และไม่มีใครที่จะสามารถเขียนรัฐธรรมนูญให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคนได้ แต่ตนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไว้วางใจ และเชื่อว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.มีประสบการณ์มาก รู้เห็นเหตุการณ์บ้านเมืองมามาก มาถึงวันนี้ฝ่ายต่างๆเชื่อมั่นว่า นายมีชัย น่าจะสรุปเหตุการณ์ในอดีต เพื่อกำหนดกติกาสำหรับอนาคตของประเทศไทยได้ 

นายสุเทพ กล่าวว่า รู้จักนายมีชัยมา30กว่าปี ให้ความเคารพนับถือมาตลอด วันนี้ต้องบอกว่าตนมีความสบายใจมากเมื่อท่านยอมเสียสละมารับหน้าที่ เพราะหน้าที่นี้ไม่มีการได้กำไร เป็นงานที่หนัก ถูกกดดันและเครียด ตนยังนึกเห็นใจนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตปะธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะ และหากมีเวลาหรือวันไหนว่างก็จะเชิญนายบวรศักดิ์ มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน เพราะท่านตั้งใจทำงานให้กับบ้านเมือง ก็อย่างว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้คนเข้าใจได้ครบถ้วน แรงกดดันต่างๆไม่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจได้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่นักการเมืองบางคน ระบุว่าความเห็นหรือข้อเสนอของนักวิชาการบางคนอาจจะไม่ทราบถึงปัญหาต่างๆอย่างที่นักการเมืองได้สัมผัสมา นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเคยเป็นนักการเมืองมากกว่า36ปี อย่างที่ตนพูดนักการเมืองก็มีมุมมองมีความคาดหวังอีกแบบหนึ่ง อยากจะขอให้นักการเมืองทำใจให้กว้าง ว่าตัวเองเปรียบเสมือนนักกีฬา ไม่ต้องไปวิตกกังวลว่า เขากำหนดกฎเกณฑ์กติกาอย่างไร พอถึงเวลาก็ลงไปแข่งขันตามกฎกติกา ข้อสำคัญคือกฎเกณฑ์กติกาตรงยุติธรรม คนเล่นก็ต้องเล่นอย่างขาวสะอาด เพราะถ้านักการเมืองคิดอย่างนี้แล้วก็ไม่ต้องมากังวลมาทะเลาะกับใคร เมื่อกติกาออกมาอย่างไรทุกฝ่ายต้องยอมรับ สำคัญว่าไม่ใช่เรื่องรูปแบบการเลือกตั้งหรือ วิธีการเลือกตั้ง แต่ที่สำคัญหรือ ทำอย่างไรจะให้ผู้ที่มีหน้าที่ในการรับผิดชอบการเลือกตั้ง จัดการเลือกตั้งที่ยุติธรรมให้ได้นั่นต่างหากเป็นสิ่งที่นักการเมืองต้องเอาใจใส่ เพราะฉะนั้นเวลานี้อย่ามาเถียงกันเลย ว่ากติกาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อกติกาว่ามาอย่างไรก็ควรเล่นไปตามกติกานั้นดีที่สุด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกับระบบเลือกตั้ง แบบจัดสรรปันส่วนผสม กาบัตรใบเดียว นายสุเทพ กล่าวว่า คนมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่ส่วนตัวแล้ว ไม่เห็นด้วยเลย คิดว่าตรงไปตรงมา ประชาชนเข้าใจง่ายที่สุด ก็คือมีเขตเลือกตั้งผู้แทนเขตละ1 คน ประชาชนก็เลือกผู้แทนของตัวเองเขตละ1คน คนที่ได้ก็เป็นตัวแทนประชาชน คนที่สอบตกก็กลับไปอยู่บ้านแต่ตอนนี้มีความคิดว่า เสียดายคะแนนของคนที่สอบตกขึ้นมา แต่ตนก็มองว่า ไม่ว่าจะไปคิดกันอย่างไร แต่อย่าให้ถึงกับประชาชนต้องนำคอมพิวเตอร์ไปคำนวณคะแนน จนกว่าจะรู้ผลเลือกตั้งเลย ประชาชนเองไม่ได้ลงไปลึกซึ้งถึงขนาดนั้น 

เมื่อถามว่า แต่กรธ.ต้องการ ให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่อยากเถียงตรงนี้ เพราะตนไม่เห็นด้วยและถ้าไปเถียงเกรงจะเกิดวาทกรรมอีก ไม่มีเรื่องที่จะต้องสูญเสียความหมาย เพราะความหมายคือเมื่อประชาชนไว้วางใจใครให้ไปทำหน้าที่ แต่ตนก็ไม่ติดใจ เพราะแม้ว่าโดยส่วนตัวจะไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเรื่องใหญ่สำหรับการเลือกตั้ง คือ ต้องทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ตนกลัวอย่างเดียว คือเขียนกันไปเขียนกันมา แล้วมาอ้างว่า ไม่สามารถที่จะเขียนให้การเลือกตั้ บริสุทธ์ ยุติธรรมได้ไม่ป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงได้แบบนี้ คงไม่ยอม แต่เรื่องคะแนนสัดส่วน เป็นเรื่องธรรมดา

"ผมบอกเลยว่า ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อหรือแบบสัดส่วน ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเลยผมรู้จักส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นจำนวนมาก ที่ไม่รับผิดชอบต่อประชาชนเลย เพราะไม่มีเขตเลือกตั้ง ไม่ต้องสัมผัสกับประชาชนไม่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน เวลาจะพูด จะทำอะไรไม่ค่อยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน คิดอย่างไร พวกนี้เกาะใบบุญพรรค และบอกได้เลยว่า ที่บอกว่าการเลือกตั้งแบบนี้ ส.สบัญชีรายชื่อ จะลงพื้นที่ ช่วยส.ส.เขตนั้น ก็ไม่มีทาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีประโยชน์น้อยมากสำหรับประชาชน อาจจะมีบ้างคนดีๆ มีคนที่ดูแลประชาชนมีน้อยมาก ส.ส.สัดส่วนจะมีเท่าไรไม่รู้ แต่เอาว่าไม่เห็นด้วย จะให้มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อความเห็นด้วยหรือไม่ของผม เป็นความเห็นส่วนตัว และหากส่าวนใหญ่รับได้ ผมก็รับได้ไม่มีปัญหา"นายสุเทพ กล่าว

ส่วนกรณีที่ กรธ.เพิ่มบทบาท ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเพิ่มจาก5คนเป็น7คน โดยมาจากผู้พิพากษา2คนจากสาขาวิชาการ5คน มีวาระคราวละ7ปี เพิ่มบทบาทการทำงานให้เข้มข้นขึ้นไปอีก นายสุเทพ กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับที่มาของกกต. ตนบอกแล้วว่าองค์กรที่จะมากำกับดูแลจัดการเลือกตั้ง ต้องสามารถทำการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ และหากจะมีกกต.อย่างที่เป็นมา เห็นควรไม่มีจะดีกว่าถ้ามีคราวนี้ควรให้กกต มีหน้าที่ ที่จะต้องสืบสวนสอบสวนจับกุมดำเนินคดี กับผู้ที่โกงการเลือกตั้ง ใช้อิทธิพลกดดันการลงคะแนนเลือกตั้งเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้แสดงเจตนารมณ์ ทางการเมือง เป็นเรื่องที่ต้องบริสุทธิ์ หากใครทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนถูกบิดเบือน กกต.ต้องจัดการให้ได้ จะมาอ้างโน้นนี่ไม่ได้ ถึงได้บอกว่าตรงนี้สำคัญ 

"หากพบว่าใครทุจริตเรื่องการเลือกตั้ง ต้องมี ศาลเฉพาะด้านการเลือกตั้ง มาพิจารณา จะแยกมาเดี่ยวๆ หรือ ศาลฎีกาแผนกการเลือกตั้ง ใช้วิธีการไต่สวน ไม่ใช่ใช้ระบบกล่าวหา กำหนดเวลาให้ชัดว่า คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งควรใช้เวลานานเท่าไร จะพิจารณาติดต่อกัน 30-60วัน เพื่อให้รวดเร็ว หรือ มีโทษแค่ไหนอย่างไรต้องมีการกำหนดให้ชัดเจน คนที่เป็นนักเลือกตั้งทั้งหลาย จะได้กลัวกฎหมายบ้าง เดี๋ยวนี้ทำผิดกฎหมายกว่าจะพิจารณาเสร็จใช้เวลานานจนคนลืมไปเลย"นายสุเทพ กล่าว 

นายสุเทพ กล่าวว่า เห็นด้วย เรื่องการตัดสิทธิการลงเลือกตั้งตลอดชีวิต กับผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้ง เพราะถือว่าทรยศต่อระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรลงสนามประชาธิปไตยตลอดชีวิต และคนที่ร่วมทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ คนของกกต. ต้องถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต ด้วย นักการเมือง ข้าราชการ และเอกชนที่ร่วม ทุจริตคอร์รัปชั่น ก็จะต้องถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง ด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาไม่เคารพกฎกติกา ไม่เคารพหลักประชาธิปไตย

นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อมีการกำหนดบทลงโทษกับคนที่ทุจริตการเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน ก็จะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจที่จะเลือกผู้มาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค โดยจะต้องช่วยกันเลือกคนที่ดี ไม่ทรยศประชาชน ส่วนในเรื่องการยุบพรรค นั้น หากพรรคเป็นของประชาชนร่วม พรรคจะต้องไม่ถูกยุบ แต่เล่นงานคนที่ทำความผิดเป็นรายๆไป 

นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นเมื่อไรนั้น ยังบอกไม่ได้ คาดการณ์ไม่ได้ หากสถานการณ์บ้านเมืองไม่วุ่นวาย เรียบร้อยทุกอย่าง ก็คงเป็นไปตามโรดแม็ป ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุไว้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนที่ประชาชนไว้วางใจได้ เมื่อพูดอะไร เชื่อ และเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ทำตามคำพูดนั้น เวลานี้ก็ต้องดูไป และถ้าถึงเวลาต้องตัดสินใจร่วมกันก็คิดว่าประชาชนจะเรียกร้องให้เขาต้องตัดสินใจ