"วิษณุ" รองนายกฯ แนะอย่าหลงประเด็น เรื่องบัตรเลือกตั้ง ย้ำใช้กี่ใบก็สะท้อนความต้องการประชาชนได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงระบบเลือกตั้งโดยใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวตามข้อเสนอของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานว่า การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบก็สะท้อนความต้องการประชาชนได้ จึงต้องดูว่าอะไรอยู่ในบัตรต่างหาก อย่าไปหลงประเด็นเรื่องหนึ่งหรือสองใบ แต่ประเด็นคือข้อมูลนั้นจะเอาไปใช้หรือไม่ ถ้าใช้ก็สะท้อนการเคารพเสียงประชาชน หรือถ้าคิดว่าคุ้มที่จะไม่เคารพ ก็ไม่ว่ากัน เพราะเราอยู่โดยไม่เคารพมาตั้งหลายปีก็อยู่ได้ สหรัฐอเมริกาเขาก็ไม่ได้เคารพมีทิ้งคะแนนเหมือนกัน แล้วที่มองว่าการใช้บัตรใบเดียวเหมือนบังคับให้ประชาชนต้องเลือกอะไรสักอย่าง ก็คงไม่ใช่ ขึ้นอยู่ที่การออกแบบ ถึงจะเป็นใบเดียวแต่มีช่องให้กาหลายช่องมันก็ได้ ไม่เห็นต้องทำสองใบ มันไม่ได้มีความสำคัญ จะประหยัดว่าด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ที่พูดกันว่าใช้สองใบจะสะท้อนความต้องการประชาชนได้มากกว่า ก็คงไม่ใช่ ตนถือว่าตัวเองไม่ได้หลงประเด็นแล้วว่า ใช้ใบเดียวหรือสองใบจะสะท้อนมากกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าจะเอาข้อมูลตรงนั้นไปใช้อย่างไรเท่านั้นเอง
"ลองคิดง่ายๆ ว่า ที่แล้วมาเราเลือกแบบเขตหนึ่งใบ แบบบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งใบ ถามว่าถ้าเอาทั้งหมดมาอยู่ในใบเดียวกัน ช่องซ้ายเป็นเขต ช่องขวาเป็นปาร์ตี้ลิสต์ นี่ก็คือบัตรใบเดียวใช่ไหม ก็ทำได้ แล้วก็ไม่คิดว่ามันจะทำให้เกิดการได้ส.ส.ที่แตกต่างกัน การนับคะแนนก็ไม่ได้ต่างกันอีก อย่าไปเถียงกันระหว่างใช้ใบเดียวหรือสองใบเลย ต่อให้ใช้สองใบมันก็สะท้อนความต้องการประชาชนได้ ถ้าต้องการให้มันสะท้อน ก็ให้เอาคะแนนมานับ แต่สิ่งที่ควรจะเถียงกันคือจะนับคะแนนที่เขตหรือที่ส่วนกลาง เพราะเราเถียงกันมาตลอดทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ยังไม่เห็นมีใครพูด" นายวิษณุ กล่าวว่า และว่า การนับคะแนนของประชาชนทั้งหมด ถือว่าสะท้อนความต้องการได้อย่างหนึ่ง แต่อาจมีวิธีอื่นที่สะท้อนได้ดีกว่านี้ แต่ยังคิดไม่ออกหรือในที่สุดถ้าชั่งนำ้หนักแล้วว่าไม่จำเป็นต้องสะท้อน ก็ไม่เป็นไร
นายวิษณุ กล่าวว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า นักการเมืองที่ออกมาคัดค้านระบบเลือกตั้งเพราะจะทำให้การเข้าสู่อำนาจยากขึ้นนั้น ก็ไม่ว่าอะไร ตนน้อมรับความเห็นทั้งหมด เพราะถือเป็นบรรยากาศที่ดี และเข้าใจว่าที่นายกฯ พูด ไม่ได้หมายความว่าห้ามค้าน แต่หมายถึงกิริยา ภาษาในการค้านมากกว่า ค้านคงไม่ว่าอะไร นายกฯ ก็ค้านคนอื่นอยู่ทุกวันก็ไม่เป็นไร แต่เวลากรธ.เขียนอะไรมาไม่เห็นด้วยก็บอกไป
"ผมนั่งดูหนังสือพิมพ์แล้วเห็นนักการเมืองบางคนที่ค้าน แต่ว่าค้านดี ดูคุณสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ก็ค้านดี แต่ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ค้านดี คือบอกให้รู้ว่าไม่เห็นด้วย ทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แบบนี้เราเข้าใจ แต่ประเภทผรุสวาท ด่าทอ ซึ่งผมก็เข้าใจจิตวิทยาในการโจมตี บางทีต่อต้านเนื้อหาไม่ได้ก็หยิบเอาจุดอย่างอื่นขึ้นมา ทำให้คนเกิดความรู้สึก แบบนี้ก็พอเข้าใจ" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับกรณีที่นายมีชัย ระบุว่า ให้ตัดสิทธินักการเมืองที่ทำผิดเป็นรายบุคคล แทนที่จะให้รับผิดชอบทั้งพรรค ซึ่งเรื่องนี้ค้านกันในสมัยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ซึ่งรัฐบาลได้ทำความเห็นไปว่าอย่าพยายามเหมาเข่งคนที่ไม่ได้กระทำผิดโดยตรง เว้นแต่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นได้ แต่ที่แล้วมามันไม่มี เลยถูกตัดสิทธิเพราะเป็นกรรมการบริหารพรรค ที่เรียกว่าผิดเพราะไปซ่องเสพเสวนาด้วย มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น มันควรผิดเพราะการกระทำ
เมื่อถามว่า บางฝ่ายกังวลว่าสิ่งที่กรธ.ร่าง นายวิษณุ กล่าวถึงคำพูดที่ว่า เหมือนกำลังใช้ประเทศเป็นหนูทดลอง ว่า นี่เขายังไม่ขนาดร่างอะไรเลย เพียงแค่เสนอความเห็น การโยนหินถามทางหรือเสนอความเห็น เพื่อจะฟังว่าคิดเห็นกันอย่างไร อย่าไปคิดว่าเขาทดลองเลย เพราะถ้าจะคิดให้มีอะไรใหม่มันก็ต้องทดลองนำเสนอ ถ้าสังคมยอมรับประเทศก็น่าจะทดลองใช้ ถ้าไม่ทดลองก็ไม่ต้องทำอะไร กลับไปลอกรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2475 ถ้าไม่คิดจะต้องทดลองอะไร รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาคงไม่ต่างกัน แต่นี่มันต่างกันทุกฉบับ เลยแสดงว่ามันมีนวัตกรรมเกิดขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่แปลก แม้กระทั่งเวลาตนเอ่ยคำว่าสูตรพิสดาร ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องแปลกอะไร
เมื่อถามว่า กรธ.พยายามร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับสังคมไทย อยากให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ เมดอินไทยแลนด์ นายวิษณุ กล่าวว่า และว่า องค์ประกอบ 2 อย่างประกอบกัน 1.เข้ากันกับสภาพสังคมไทย โดยไม่ขัดหลักการสากล บางทีเราพูดว่าให้เข้ากับสังคมไทยแต่ทิ้งหลักสากลเกินไป แต่พอบอกว่าเป็นไปตามหลักสากล เราก็ทิ้งคตินิยมแบบไทยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งมีความพิเศษต่างจากควีนอลิซาเบ็ธของอังกฤษ หรือพระจักรพรรดิ์ของญี่ปุ่น “กษัตริย์หลายประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย การที่จะทรงจักรยานออกมาซื้อกาแฟตอนเช้าเป็นเรื่องปกติ แต่ในหลายประเทศไม่ทำ หลักราชประชาสมาสัย พระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงไปทรงงาน ประเทศไทยมี แต่ประเทศอื่นเขาไม่มี ไม่ทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้นมันถึงมีความเป็นไทยของมันเองอยู่” นายวิษณุ กล่าว




