วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'แจงประเทศติดกับดัก ยึดติดประชาธิปไตยผิดๆ

โฆษกรัฐบาลอ่านเจตนารมณ์"ประยุทธ์"เขียนถึงประชาชน แจงประเทศติดกับดัก 2 อย่าง"สารพัดปัญหากับยึดติดประชาธิปไตยผิดๆ" ย้ำเดินตามโรดแมพไม่มีอยู่ยา

พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล แถลงเจตนารมณ์ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เขียนด้วยลายมือของตัวเองในกระดาษเอ4 จำนวน 6แผ่น เพื่อต้องการสื่อสารกับประชาชนว่า นายกเน้นย้ำบ่อยว่าความมีเสถียรภาพของประเทศในปัจจุบันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง การที่จะปฏิรูปประเทศมีระยะเวลาคือประมาณ 20 เดือนหรือ 6 4 6 4 ซึ่งตอนนี้เหลือประมาณ 18 เดือน และต่อไปเป็นระยะหลังการเลือกตั้งคือมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และระยะยาวในอนาคต ซึ่งนายกฯเขียนหนังสือโดยระบุว่าเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันสิ่งที่รัฐบาล คสช. อยากเห็นคือการกำหนดอนาคตของประเทศในระยะปฏิรูปและหลังเลือกตั้งจะต้องไม่ถูกกำหนดโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพียงฝ่ายเดียว ทั้งนักการเมือง กลุ่มการเมืองหรือภาคส่วนใด แต่ต้องเป็นหน้าที่ของทุกส่วนร่วมกัน แม้กระทั่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคตก็ต้องมีส่วน และที่สำคัญทุกส่วนจะต้องช่วยกันในการนำพาประเทศผ่านระยะเปลี่ยนผ่านนี้ไปให้ได้ 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ที่นายกฯพูดถึงกับดักของประเทศจะมีอยู่2กลุ่มที่จะต้องก้าวผ่านไปให้ได้ ปัญหากับดักที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น ปัญหาความยากจน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ การศึกษา การผลิตแรงงานไม่ตรงกับตลาดแรงงาน กับดักส่วนที่2 คือ เรื่องกับดักของความเป็นประชาธิปไตยที่มีความมั่นคงและยั่งยืน ไม่ได้หมายความว่าประชาธิปไตยจะผูกยึดติดกับการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรับฟังเสียงของประชาชนทุกส่วนทุกฝ่าย ซึ่งวันนี้แม่น้ำทุกสายก็ดำเนินการอยู่ในการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนเพื่อให้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น 

"นายกฯมองอีกว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดขณะนี้คือเรื่องการสร้างความเข้มแข็ง ที่จุดเริ่มต้นอยู่ที่เรื่องความมั่นคงและความมีเสถียรภาพของบ้านเมือง ถ้ามีความมั่นคง มีเสถียรภาพสิ่งต่างๆจะตามมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญมาก พยายามจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ"โฆษกฯ กล่าวและว่านายกฯมองว่าเราต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นประเทศทั้งการลงทุน การปรับโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ การค้า การปรับโครงสร้างภาคเกษตรที่ต้องยกระดับราคาและมูลค่าสินค้าเกษตรให้เป็นลักษณะของความเป็นอุตสาหกรรมด้วยการนำนวัตกรรมการวิจัยเข้ามาส่งเสริม 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวถึงการ หารายได้เข้าประเทศว่า นายกฯเคยพูดหลายครั้งว่ารัฐบาลมีภารกิจจำนวนมาก ทั้งเรื่องการจัดทำงบประมาณที่ดูแลส่วนราชการ ลงทุนในโครงการทั้งหลายที่เปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้ดำเนินการโครงการใหญ่หลายโครงการพร้อมกัน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่รัฐและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด และรัฐบาลยังช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยพิบัติทั้งหลาย คือรายจ่ายของรัฐทั้งสิ้น แต่รายได้เรามีเข้ามาน้อยมาก นายกฯเคยบอกว่าคนในประเทศ 70 ล้านคน ปัจจุบันมีเสียภาษีประมาณ 10ล้านคน ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมาไล่เก็บภาษีในวันนี้ แต่เป็นวันที่เรายังไม่พร้อม แต่ต้องสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนว่าถ้ารายได้ที่เข้ามาไม่สมดุลกับรายจ่ายจะไม่สามารถก้าวข้ามกับดักของประเทศได้ ดังนั้นในวันข้างหน้าประชาชนจะต้องรู้เท่าทัน เรื่องราวต่างๆ โดยรู้ถึงปัญหา เหตุของปัญหา แนวทางในการแก้ไขปัญหา และผลสัมฤทธิ์ร่วมกันว่าเราจะไปสู่จุดหมายอย่างไร ถ้าประชาชนรับทราบแบบนี้เชื่อว่าจะแก้ปัญหาอะไรก็ไม่ติดขัด ก็สามารถจะได้หมดทุกเรื่อง

 "แต่วันนี้สิ่งที่ยังเป็นปัญหาอยู่คือมีบางส่วนที่มีการพูดจาให้ร้ายกัน มีบางส่วนที่ไม่เคารพกฎหมาย พยายามจะบิดเบือนข้อมูลหรือสร้างความไม่น่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมให้เกิดขึ้น โดยอาศัยก็สุดแล้วแต่ การทำสิ่งทั้งหลายทั้งหมดจะด้วยเจตนาไม่เจตนาแต่ว่ามันทำให้ประเทศไม่สามารถก้าวข้ามปัญหาทั้งหลายได้ ท่านนายกฯจึงวิงวอนทุกส่วนทุกฝ่ายโดยเฉพาะสื่อมวลชน ที่มั่นใจว่าพลังของสื่อมวลชนคือกุญแจสำคัญในการการนำพาประเทศก้าวข้ามสิ่งต่างๆไปให้ได้ ต้องนำเสนอกระบวนการสร้างการรับรู้ตั้งแต่ปัญหา แนวทางแก้ไข และจุดมุ่งหมายร่วมกันให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง และอย่าหลงเชื่อกลุ่มที่บิดเบือนทั้งหลาย เพราะถ้าประเทศเราเข้มแข็งจากภายในประเทศของเราเอง แก้ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างได้ เราจะได้รับความเชื่อมั่นเชื่อถือจากต่างประเทศในที่สุด" พล.ต.สรรเสริญ กล่าวและว่า

ทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการประชุมแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือไอซีเอโอ การประมงผิดกฎหมายหรือไอยูยู หรือขีดความสามารถของประเทศ นายกฯเน้นเสมอว่าเราไม่ได้ต้องการตอบโจทย์เพียงทำให้คนที่เขามาประเมินเราพึงพอใจเท่านั้น แต่ต้องแก้ปัญหาในประเทศได้จริงๆ ดังนั้นต้องตอบโจทย์สองข้อได้พร้อมกัน

"สิ่งที่นายกฯอยากจะบอกคือวันนี้ประเทศไม่ได้มีปัญหาเรื่องประชาธิปไตยอย่างเดียว มีปัญหาของกับดักหลายอย่าง ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง เราอย่ามาให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องของการเมือง ประชาธิปไตย การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว การที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ยาวนาน มันเป็นไปตามโรดแมพ 6 4 6 4 เท่านี้ท่านก็จบภารกิจ แต่ใน 6 4 6 4 เวลาที่มีน้อยมันต้องทำให้ตามที่วางเป้าหมายไว้ ต้องวางโครงสร้างให้ได้จริง แก้ปัญหาประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในช่วงเวลาที่มีอยู่ และการจะทำอย่างนี้ได้หมายความว่าประชาชนจะต้องรับรู้รับทราบ ถ้ารู้พร้อมกันไปไม่ว่าใครจะมาบิดเบือนข้อมูลใส่ข้อมูลทำให้คนเฉไฉสังคมก็จะไม่เกิดแรงกระเพื่อมเพราะทุกคนเข้าใจรับรู้ถึงกระบวนการตรงกัน"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว 

โฆษกฯ กล่าวอีกว่า คสช.และรัฐบาลมั่นใจว่าสิ่งที่ทำทำภายใต้หลักเกณฑ์กฎกติกาและภายใต้ความตั้งใจจริงมีเหตุมีผลรองรับ นายกฯ กล่าวในตอนท้ายของเอกสารว่าถ้าเราทำให้ประเทศของเราเข้มแข็งมั่นคงได้ เรื่องต่างประเทศไม่ต้องกลัว เพราะต่างประเทศเขาสดับรับฟังเรื่องในประเทศอยู่แล้ว ถ้าในประเทศเข้มแข็งเราไม่พูดจาให้ร้ายกันเอง ไม่ทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ จนคนอื่นเอาไปตีความผิดแล้วละก็ ต่างชาติเขาให้โอกาสและความเชื่อมั่นเชื่อถือแน่นอน 

เมื่อถามว่าคำว่าการมีเสถียรภาพคือนับจากนี้จนถึงปี 2560 ที่จะมีการเลือกตั้งต้องไม่มีม็อบไม่มีการชุมนุมเลยหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่อยากจะพูดอย่างนั้น เพราะดูจะแรงไป จริงแล้วนายกฯบอกว่าเราไม่ได้ปิดกั้นความคิดความเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพราะจากการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ทุกส่วนเขาได้เปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายไว้แล้ว แต่บรรยากาศของการเสนอแนะแนวความคิดอยู่ที่แต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายว่าจะสร้างบรรยากาศอย่างไร ถ้าเราจะทำให้ประเทศดูสงบเรียบร้อย สามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็วแล้วถึงวันนั้นสูตร 6 4 6 4 ก็คงแก้ไขปัญหาได้พอสมควร

"ดังนั้นต้องมีวิธีการในการนำเสนอข้อมูลซึ่งกันและกันแบบไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งใหม่ ไม่ขยายความขัดแย้ง ต้องเสนอแนวความคิดด้วยวิธีการที่มันดูเป็นแนวสร้างสรรค์ ไม่ใช่พูดจาถากถางกันหรือเหน็บแนมกัน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะลดเรื่องราวพวกนี้ เราทำอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ว่าปัจจุบันต้องยอมรับจริงว่ามีกลุ่มที่เสียประโยชน์จริง มันมีกลุ่มที่เขาไม่อยากใช้กระบวนการยุติธรรม แล้วก็พยายามทำให้สังคมเห็นว่าทำไมรัฐบาลไม่ใช้กระบวนการยุติธรรม"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการแถลง พล.ต.สรรเสริญ เปิดเผยถึงเบื้องหลังของการเขียนจดหมายของพลเอกประยุทธ์ว่า “วันนี้นายกเขียนสวยที่สุดแล้ว ปกติเขียนหวัดกว่านี้” และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พล.อ.ประยุทธ์เขียนแบบนี้ แต่เขียนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะประชุมอะไรไม่เคยเห็นนายกฯนั่งสบายๆแล้วจิบกาแฟ ไม่มี ทุกครั้งจะนั่งขีดนั่งเขียนตลอด เพียงแต่ใครจะอ่านออกหรือไม่ ซึ่งถ้าเข้าใจติดตามเรื่องมาตลอดก็จะรู้จะเข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร โดยวันนี้เขียนมาจากที่บ้านส่วนหนึ่งและในที่ประชุมวันนี้ส่วนหนึ่งที่จะพยายามแก้ปัญหาคอขวดเรื่องการสร้างความมั่นคงให้นักลงทุนต่างประเทศ 

"ผมก็ไม่ค่อยแกะได้ชัดเจนเท่าไร แต่จะมีทีมที่อยู่ใกล้ท่านนายกฯ แต่วันนี้ท่านเขียนสวยอ่านง่ายกว่าปกติแล้ว ปกติจะอ่านยากกว่านี้"